เกี่ยวกับเรา About Us

เกี่ยวกับเรา about us

องค์กร บริษัท เว็บไซต์ของเรา เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 2548 จนถึงปัจจุบัน

จันทิมารีสอร์ท / www.chanthimaresort.com

2/48 ม.5 ต.ปากคลอง อ.ปะทิวจ.ชุมพร 92170 

Hotline -  08-1006-8001

Mobile -   098-064-1749

Tel - 032-817249 

Fax- 032-817250

E-mail:chanthimaresort@hotmail.com

 

สำรองที่พักและโปรแกรมเที่ยวล่วงหน้า โอนเงินมัดจำจองโปรแกรมล่วงหน้า 30%

เข้าบัญชี คุณจันทิมา แก้วเทียมทอง ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางสะพาน เลขที่บัญชี 592-0-09100-5

 


        

  CHANTHIMARESORT  

 จันทิมารีสอร์ท

    99/8หมู่5 ตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย
          จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์            
 THAILAND
 
 
 
จันทิมารีสอร์ท ตั้งอยู่ หาดบางเบิด รอยต่อเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ระหว่างอำเภอบางสะพานน้อย และ อำเภอปะทิว
จันทิมารีสอร์ท อยู่ห่างจากกรุงเทพ ประมาณ 420 กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์ ประมาณ 5 ชั่วโมง ขับมาตามถนนเพรชเกษม สายล่องไต้ กม.ที่ 420 บ้านห้วยสัก มีศาลารอรถสีเหลืองด้ายซ้ายมือของถนน ให้เลี้ยวซ้ายตามถนนสาย บางเบิด-ห้วยสัก-เพรชเกษม ประมาณ 17 กม.ก็จะถึงหาดบางเบิดและจันทิมารีสอร์ท
   
    การเดินทางโดยเครื่องบิน CHUMPHON AIRPORT
 จันทิมารีสอร์ท ห่างจากสนามบินชุมพร ปะทิว ประมาณ 45 กม.มีบริการรถรับส่ง 
    สายการบินที่ให้บริการ นกแอร์ โซล่าแอร์  NOKAIR
 
 
   การเดินทางโดยรถบัสประจำทาง  BUS BANGSAPHAN TOUR
สายบางสะพานท้วร์ กรุงเทพ-บางสะพาน เดินทาง 6 ขั่วโมง
   เดินรถโดย บริษัทบางสะพานทัวร์
 
   การเดินทางโดยรถไฟ TRIAN TO BANGSAPHAN NOI STATION
สายล่องไต้ มาได้ทุกขบวน ให้ลงสถานี บางสะพานน้อย หรือมาบอำมฤต ใข้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง
   เดินรถโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย
  
      
        
     ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร 
   -THAI
  - ENGLISH
  - FRANCE

  • ไปหาอาหารทะเลสดๆ มาทำอาหารอร่อยๆ ในราคาชาวบ้านที่ หาดบางเบิด

    ณ หาดบางเบิด รอยต่อของอำเภอบางสะพานน้อยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอประทิวของจังหวัดชุมพร คุณสามารถหาซื้ออาหารทะเลสดๆ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา และหมึก ได้จากชาวประมงพื้นบ้านในราคาไม่แพง เป็นอาหารทะเลสดๆ สดขนาดที่ว่าเพิ่งนำขึ้นมาจากทะเลกันเดี๋ยวนั้น ส่วนจะนำกลับบ้าน หรือจะให้ครัวของจันทิมารีสอร์ทปรุงเป็นอาหารให้รับประทานกันเดี๋ยวนั้นก็ได้ ได้เที่ยวสนุก พักสบาย แถมกินอาหารอร่อย แบบนี้ต้องที่จันทิมารีสอร์ทและเกาะทะลุทัวร์ หาดบางเบิดเท่านั้น




    ส่วนใครนึกสนุก อยากออกไปตกปลา ตกหมึก ก็สามารถทำได้ เพราะที่จันทิมารีสอร์ทและทีมงานของเกาะทะลุทัวร์มีเรือให้บริการนำเที่ยวตกปลาและพาไปดำน้ำดูปะการัง มีให้เลือกทั้งเรือขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ตามความเหมาะสมของจำนวนคนที่อยากจะออกไปทำกิจกรรม ในวันที่นำทะเลเป็นใจ รับรองว่าไม่มีใครต้องกลับบ้านหรือกลับเข้าฝั่งมือเปล่าแน่นอน เพราะท้องทะเลบริเวณอ่าวบางเบิด ชุกชุมไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา แถมมีโอกาสลุ้นปลาและหมึกบิ๊กไซส์ ได้บ่อยๆ ด้วย แต่ทั้งนี้กิจกรรมการออกไปตกปลาหรือตกหมึก ต้องดูสภาพอากาศและคลื่นลมเป็นสำคัญ ดังนั้นคนที่อยากจะออกไปตกปลาหรือตกหมึกก็ควรสอบถามข้อมูลล่วงหน้า และต้องติดตามข่าวสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาที่จะเดินทางไปด้วย

  • เกาะทะลุทัวร์ ให้บริการเรือนำเที่ยวตกปลา ไดหมึก บริเวณในพื้นที่อ่าวบางเบิด อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีเรือนำเที่ยวตกปลามาตรฐาน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งการตกปลาและมีไฟสำหรับเปิดล่อปลาหมึกสำหรับท่านที่นิยมการตกปลาหมึก โดยจะนำท่านไปตกปลาบริเวณกองประการังเทียมห่างจากฝั่งประมาณ 3 ไมล์ทะเล ท่านมามารถตกปลาและปลาหมึกได้ทั้งการใช้คันเบ็ดฝรั่งและเบ็ดมือซึ่งจะได้บรรยากาศชาวประมงแท้ๆ
    เรารับจัดนำเที่ยวตกปลาและตกหมึกทั้งแบบเป็นหมู่คณะ 10 ท่านขึ้นไป และแบบเช่าเหมาลำส่วนตัว มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นกันเองตลอดเวลา พร้อมอุปกรณ์ให้ครบครัน รับประกันความปลอดภัย ซึ่งที่อ่าวบางเบิดขึ้นชื่อในเรื่องปลาหมึกอยู่แล้ว ด้วยเป็นแหล่งที่มีอาหารตามธรรมชาติของปลาหมึกอย่างอุดมสมบูรณ์ ชาวประมงท้องถิ่นที่นี่จึงประกอบอาชีพจับปลาหมึกเป็นหลักแทบทุกครัวเรือน

  • หลังจากไปนั่งเรือเล่นน้ำ รวมถึงการดำน้ำดูประการังด้วยความสนุกสนานจนถึงอ่อนเพลียกันแล้ว ก็มาเติมพลังด้วยความอร่อยจากอาหารทะเลหรือซีฟู้ดที่สดๆ เพิ่งนำขึ้นมาจากทะเล นำมาปิ้งย่างและทำอาหารกินด้วยกันที่ครัวของจันทิมารีสอร์ท

      ส่วนใครที่อยากลิ้มลองรสชาติอาหารจานเด็ดของครัวจันทิมา แนะนำเลยว่า มาพักผ่อนและเที่ยวที่หาดบางเบิด ต้องจัดเต็มเรื่องซีฟู้ด ทั้งกุ้งหอยปูปลา นอกจากราคาจะไม่แพงแล้ว ยังมีโอกาสได้กินอาหารทะเลอร่อยตามฤดูกาลอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงนี้ ชาวประมงจับกั้งได้บ่อยขึ้น กั้งเมื่อก่อนเป็นสัตว์น้ำที่ไม่ค่อยมีราคาแต่เดี๋ยวนี้ราคาเฉียดกิโลละพันบาทแล้ว เพราะทานอร่อยมาก โดยส่วนตัวผมว่าทานกั้งอร่อยกว่ากุ้ง เสียดายที่ไม่ค่อยมีให้กินบ่อย โดยเฉพาะกั้งที่ตัวโตๆ เนื้อแน่นๆ และมีไข่เต็ม อร่อยมากๆ จะนั่งจะทอดจิ้มน้ำจิ้ม อร่อยทั้งนั้นจันทิมารีสอร์ท ตั้งอยู่ที่หาดบางเบิด ซึ่งกินพื้นที่ 2 จังหวัด รอยต่อระหว่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดชุมพร ด้วยความสวยงามของท้องทะเลที่นี่ จึงเป็นมุมพักผ่อนที่เป็นที่นิยมอย่างสูงมากอีกแห่งหนึ่ง แม้ว่าหลายคนอาจจะไม่คุ้นหูหาดบางเบิดมากนัก แต่สำหรับคนที่ได้ไปเที่ยวที่หาดบางเบิด รับรองได้ว่า จะต้องมีครั้งที่ 2 , 3 , 4 และอีกเรื่อยๆ แน่นอน จุดเด่นของการมาเที่ยวที่หาดบางเบิดก็คงต้องยกให้กับ การไปดำน้ำแบบสน็อคเคิลหรือดำผิวน้ำดูความสวยงามของท้องทะเลบริเวณเกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังข์ ซึ่งจันทิมารีสอร์ท มีเรือนำเที่ยวทั้งพาไปดำน้ำ และพาไปตกปลาแบบครบวงจรด้วย

      เพราะทำเลที่ตั้งของจันทิมารีสอร์ท อยู่ติดหน้าหาดของหาดบางเบิด และอยุ่ห่างจากชุมชนชาวประมงเพียง 200 เมตร ที่นี่จึงสามารถหาอาหารทะเลสดๆ จากชาวประมงที่เพิ่งนำเรือกลับเข้าฝั่งได้ทันที เป็นอาหารทะเลที่มีทั้งกุ้งหอยปูปลา ในราคาชาวบ้านจริงๆ โดยยังไม่ทันได้ผ่านแม่ค้าคนกลาง ดังนั้นนอกจากจะได้รับประทานอาหารทะเลที่สดจริงๆ แล้ว ยังได้หาซื้อ กุ้ง หอย ปู ปลา ในราคาถูกกว่าตลาดอีกด้วย และเมื่ออยากจะรับประทานอาหารอร่อยๆ ก็ง่ายมาก สามารถสั่งรับประทานที่ครัวของจันทิมารีสอร์ทได้เลย หรือจะหิ้วอาหารสดมาให้ครัวของจันทิมาปรุงเป็นอาหารซีฟู้ดอร่อยๆ ให้รับประทานก็ยังได้
    สนใจไปเที่ยวพักผ่อน ณ ทะเลหาดบางเบิด ร่วมกับเกาะทะลุทัวร์ & จันทิมารีสอร์ท ติดต่อได้ที่ โทร. 08-1006-8001 , 08-5292-1866 หรือ 098-064-1749

    เกาะทะลุทัวร์ / จันทิมารีสอร์ท
    www.kohtalutour.com / www.chanthimaresort.com
    2/48 ม.5 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร 92170
    Hotline -  08-1006-8001
    Mobile -  08-5292-1866 , 098-064-1749
    Tel - 032-817290 / Fax 032-817250
    E-mail:chanthimaresort@hotmail.com

    โอนเงินจองโปรแกรมล่วงหน้า 30% เข้าบัญชี คุณจันทิมา แก้วเทียมทอง
    ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางสะพาน เลขที่บัญชี 592-0-09100-5

  • หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร
    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
    หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร

    ฐานันดรศักดิ์ หม่อมเจ้า
    ราชวงศ์ ราชวงศ์จักรี
    ข้อมูลส่วนพระองค์
    ประสูติ 11 เมษายน พ.ศ. 2426
    สิ้นพระชนม์ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2514 (88 ปี)
    พระบิดา พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์
    พระมารดา หม่อมสุภาพ กฤดากร ณ อยุธยา
    หม่อม หม่อมทิพ กฤดากร ณ อยุธยา
    หม่อมศรีพรหมา กฤดากร ณ อยุธยา
    พระโอรส/ธิดา หม่อมราชวงศ์อำนวยพร กฤดากร
    หม่อมราชวงศ์เพ็ญศรี ประดิษฐพงศ์
    หม่อมราชวงศ์อนุพร กฤดากร
    หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร (11 เมษายน พ.ศ. 2426 — 22 มิถุนายน พ.ศ. 2514) พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ ที่ประสูติแต่ หม่อมสุภาพ กฤดากร ณ อยุธยา ทรงได้รับการยกย่องเป็น บิดาแห่งการเกษตรแผนใหม่

    หม่อมเจ้าสิทธิพร เสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ที่กรุงลอนดอน เริ่มรับราชการที่กระทรวงพระคลัง เมื่อ พ.ศ. 2444 ต่อมาทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมกษาปณ์ และอธิบดีกรมฝิ่น

    ทรงมีหม่อมท่านหนึ่งคือ หม่อมทิพ หริอ หม่อมคำทิพย์ ในปี พ.ศ. 2447 มีบุตรชายหนึ่งคนคือ หม่อมราชวงศ์อำนวยพร แต่หม่อมทิพก็ถึงแก่กรรมในเวลาไม่นาน[1] ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขอเจ้าศรีพรหมาให้อภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ในปี พ.ศ. 2459 มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน คือ หม่อมราชวงศ์อนุพร และหม่อมราชวงศ์เพ็ญศรี

    เมื่อ พ.ศ. 2464 ทรงลาออกจากราชการ เพื่อทรงประกอบอาชีพเกษตรกรรม ณ บ้านบางเบิด อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หม่อมเจ้าสิทธิพร ได้ทรงบุกเบิกการเกษตรแผนใหม่ ณ ฟาร์มบางเบิด ทรงริเริ่มนำรถแทรกเตอร์มาใช้ในการเกษตรเป็นครั้งแรก ทรงเลี้ยงไก่พันธุ์เล็กฮอร์น สายพันธุ์ไข่ดก เป็นครั้งแรกที่บางเบิด ทรงสั่งพันธุ์แตงโมจากสหรัฐอเมริกา เพื่อปลูกจำหน่ายรู้จักกันทั่วไปในชื่อ แตงโมบางเบิด

    หม่อมเจ้าสิทธิพร ทรงริเริ่มทดลองปลูกยาสูบพันธุ์เวอร์จิเนีย ซึ่งบ่มด้วยความร้อนจนเป็นผลสำเร็จ ณ สถานีทดลองเกษตรแม่โจ้ ซึ่งต่อมากลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้แก่เกษตรกรทางภาคเหนือ

    หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมก่อการกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช พระเชษฐา ในกบฏบวรเดช เมื่อ พ.ศ. 2476 ถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คุมขังที่เรือนจำบางขวาง แล้วย้ายไปคุมขังที่ทัณฑนิคม เกาะตะรุเตา ก่อนย้ายมาเกาะเต่า ก่อนจะได้รับพระราชทานอภัยโทษในปี พ.ศ. 2487

    หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เมื่อปี พ.ศ. 2490 และ พ.ศ. 2491 ในรัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ ทรงเป็นประธานคณะกรรมการข้าวระหว่างชาติ ในการประชุมเมื่อปี พ.ศ. 2492, 2493 และ 2495 ได้รับรางวัลแมกไซไซ ด้านบริการสาธารณะ เมื่อ พ.ศ. 2510

    นอกจากนี้แล้ว ยังเคยเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย ในตำแหน่งกองหน้า เมื่อปี พ.ศ. 2458 ซึ่งถือว่าเป็นทีมชาติไทยชุดแรกด้วย[2]

    หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ถึงชีพิตักษัย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2514

  •  

    กิจกรรมตกปลา เป็นกิจกรรมที่สนุกสนานมาก ด้วยเพราะปลาทูเป็นปลาที่กินเบ็ดเร็ว เรียกว่าถ้าเราลอยเรืออยู่บนฝูงปลาทูแล้วละก็ เตรียมลังใส่น้ำแข็งใหญ่ๆ รอไว้ได้เลย การตกปลาทูก็ง่ายมากๆ ไม่ต้องใช้เหยื่ออะไรให้วุ่นวาย เพียงใช้อุปกรณ์เบ็ดพวงที่ใช้ตกปลาทู หรือที่ชาวเรือนิยมเรียกกันว่า ซาบิกิ เป็นเบ็ดพวงหุ้มด้วยเหยื่อปลอมดูคล้ายๆ ลูกกุ้ง หย่อนลงน้ำ ชักขึ้นชักลงเบาๆ ถ้าอยู่บนฝูงปลาทูละก็ แป๊บเ้ดียวก็ได้ปลาทูเกินกินแล้วละครับ
    แต่ว่าการตกปลาทู ไม่ใช่ว่าจะตกได้ทั้งปี มันมีฤดูกาลของมัน ใครสนใจตกปลาทู หาปลาทูสดๆ อร่อยๆ กินกันละก็ โทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08-1006-8001 , 08-5292-1866 หรือ 098-064-1749 เรามีทั้งเรือเล็กและเรือใหญ่ ให้ท่านได้ออกไปสนุกสนานกับการตกปลาทู ที่รับรองว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ ของ หาดบางเบิดครับ

  • วัดแก้วประเสริฐ เป็นวัดที่สร้างขึ้นบนเนินเขาริมทะเล ตั้งอยู่ที่ บ้านท่าแอต ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร อยู่ห่างจากหาดบางเบิดและจันทิมารีสอร์ทประมาณ 10 กิโลเมตร ถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ทัศนียภาพโดยเฉพาะวิวทะเล สวยเหมือนภาพเขียนเลยทีเดียว ภายในวัด หลวงพ่อจงเจ้าอาวาสได้สร้างสิ่งก่อสร้างที่สวยงามมากมายที่นับได้ว่าเป็นจุดเด่นที่สุด ได้แก่ พระนาคปรก 9 เศียร สูง 9.99 เมตร  และพระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งทะเลใต้ สูง 9.99 เมตร  นอกจากนี้ยังมีโบสถ์สีทอง รูปปั้นพระอรหันต์ไทยและจีน รูปปั้นกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  และสิ่งเคารพอีกมากมาย รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์ของโบราณ มีภาพเขียนสวยงาม ให้ชมด้วย


      ประวัติ
    สำนักสงฆ์แก้วประเสริฐ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2515 เดิมชื่อ สำนักสงฆ์ควนเจริญ หรือสำนักสงฆ์ท่าแอต ต่อมาพระอาจารย์บรรจง ธมฺมรโส ได้กระทำพิธีบูชา เทวาสาธุการ และปรึกษาหารือ กับลูกศิษย์หลายฝ่าย ต่างเห็นชอบตรงกันว่า สมควรเปลี่ยนชื่อจากสำนักสงฆ์ควนเจริญ เป็น "สำนักสงฆ์แก้วประเสริฐ" เพื่อให้เหมาะสมกับความดี ความงาม ของผู้ที่มาประพฤติปฏิบัติธรรม ซึ่งมีจิตใจขาวสะอาดบริสุทธิ์ ผุดผ่องเหมือนแก้วที่ใสสะอาด และสง่างาม สมดังชื่อว่า "แก้วประเสริฐ" ความหมายคำว่า "แก้ว" นั้นหมายถึง แก้วที่ใส ที่สะอาด บริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งเจือปน คำว่า "ประเสริฐ" หมายถึง ดีงาม เมื่อรวม 2 คำ เข้าด้วยกันเป็น แก้วประเสริฐ แล้ว จึงมีความหมายว่า "ดวงแก้วที่สุกใส สะอาดบริสุทธิ์ ยังประโยชน์เพื่อเป็นคุณอันประเสริฐ แก่มวลมนุษย์ชาติ" จึงเรียกดวงแก้วดวงนี้ว่า "แก้วประเสริฐ"

  • นำชม และซื้อเป็นของฝาก หมึกแดดเดียวบางเบิด

  • ซึ่งเลยจากอ่าวถ้ำธงมาเล็กน้อย เป็นอ่าวกว้างใหญ่ที่มีชายหาดสีขาวนวลละเอียด บรรยากาศยามเย็นที่นี่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพาครอบครัวมาล้อมวงปูเสื่อนั่งรับประทานอาหารหรือจูงลูกหลานมาเล่นน้ำทะเล

    เพราะชายหาดมีความลาดเอียง หาดค่อยๆ เทส่วนตื้นๆ ออกไปกว้างขวาง เหมาะสำหรับการเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่งจากอ่าวทุ่งทรายไปต่อที่ .

  • น้ำตกทาร์ซานหรือน้ำตกไชยราช หรือทาร์ซานย่างไก่ เพราะหมุนไก่ย่างอยู่ทั้งวันโดยไม่มีการเหน็ดเหนื่อย ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แปลงสภาพจากห้วยน้ำตามธรรมชาติให้กลายมาเป็นน้ำตก โดยมีบึงสำหรับกิจกรรมทางน้ำต่างๆ เช่น หอสูง สไลเดอร์ โหนเถาวัลย์ และร้านอาหาร และอยูไกล้ บขส เขาโพธฺ์

  • จุดชมวิวเขาเบิด มองเห็น เกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังห์

  • หาดบางเบิด ตั้งอยู่ที่บ้านบางเบิด ตำบลทรายทอง ลักษณะเป็นโค้งอ่าวความยาว 14 กิโลเมตร ชายหาดสะอาด ทรายเนียนสีน้ำตาลแดง มีภูเขาหินปิดหัวอ่าวเรียกว่าเขาบางเบิด เป็นสัญลักษณ์ประจำอ่าวบางเบิด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติและคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย

    บ้านบางเบิด เดิม ชื่อ “บ้านคลองอ้อ” เรียกตามชื่อ “คลองอ้อ” ซึ่งเป็นคลองที่มีต้นอ้อขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่ทำการเกษตรในสมัยก่อนก็ต้องมาหาบน้ำจากที่นี่ไปใช้ เป็นคลองน้ำ สายหลักของหมู่บ้านที่ใช้ในครัวเรือนและให้วัวควายได้ดื่มกิน แต่ในปัจจุบันลำคลองนี้ได้ถูกทับถมหมดแล้ว โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ในบางเบิดได้เปลี่ยนจากอาชีพเกษตรกรรมมาประกอบอาชีพชาวประมง

    บ้านบางเบิด มาจากชื่อภูเขา “เบิด” ซึ่งเป็นภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านและยื่นลงไปในทะเลครึ่งลูก ในสมัยคงครามโลก ได้มีลูกระเบิดจากการสู้รบมาตกที่บางเบิดมากที่สุด ทั้งแบบที่ระเบิดและลูกที่ด้าน ชาวบ้านจึงได้เรียกชื่อว่า “เขาเบิด” ติดต่อ กันมาเป็นเวลานาน ซึ่งบนเขาบางเบิดเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่ชอบแนวผจญภัยปีน ขึ้นไปตะลุยเพื่อเก็บภาพโค้งอ่าวบางเบิด และยังมีถ้ำบางเบิดที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม

  • หาดผาแดง หรือ ฝั่งแดง ตั้งอยู่ที่ บ้านฝั่งแดง หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังจะถูกนำมาประชาสัมพันธ์ให้คนเข้าเที่ยวมากขึ้น เนื่องจากมีความสวยงามและเอกลักษณ์ส่วนตัว ฝั่งแดง มีลักษณะเป็นแนวหน้าผาสีแดงสูงตระหง่านท้าคลื่นลมทะเล มีลวดลายที่สวยงาม หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร มีความสูงประมาณ 20 - 30 เมตรมีผืนทรายชายหาดเป็นสีแดงด้วยเช่นกัน ผสมกันลงตัวกลายเป็นความงดงามและน่าอัศจรรย์

    บริเวณฝั่งแดงที่มีหน้าผาขนาดใหญ่สีแดงถ้ากล่าวตามหลักธรณีวิทยาจะบ่งชี้ได้ว่า พื้นที่ตรงนี้มีทางน้ำโบราณกวัดแกว่งเอาตะกอนมาสะสมตัวกัน เป็นลักษณะตะกอนที่หนาทอดตัวลงทะเล และทะเลก็กัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผา เป็นการทับถมกันของหินหลากหลายประเภท มีทั้งตะกอนปัจจุบันยังไม่แข็งตัว สีเหลืองอ่อน ตะกอนดินท้องนา ตะกอนทะเลสีม่วง หลักการเกิดมาจากเมื่อเวลาน้ำท่วมตลิ่ง จะพาตะกอนมาด้วย โดยส่วนที่เป็นท้องน้ำจะเป็นกรวด หลังจากนั้นน้ำก็กวัดแกว่งเปลี่ยนทิศทางเพิ่มขึ้น แล้วก็มีตะกอนทรายปนดินเหนียวมากดทับสะสม ก่อนที่ชั้นตะกอนจะโผล่มาสัมผัสอากาศจะถูกฝังปิดทับอยู่ก่อน หลังจากเปิดออกมาจะมีออกซิเจนเติมเข้าไป และออกซิเจนก็ไปจับตัวกับเหล็กจนเกิดเป็นศิลาแลง

    โดยพื้นที่ของฝั่งแดงที่ บ้านฝั่งแดง อ.บางสะพานน้อย จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนเหนือ และส่วนใต้ ส่วนเหนือเป็นตะกอนที่ยังไม่แข็งตัว เรียกว่ากึ่งแข็งตัว เรียก ยังเรียกเป็นหินไม่ได้ เป็นกระบวนการเกิดศิลาแลงอายุกว่าแสนปี ส่วนทางด้านใต้เป็นหินทรายแดงที่มีอายุแก่กว่า มีอายุอยู่ในยุคไดโนเสาร์มีอายุราว 240 ล้านปี อยู่ส่วนล่างสุดเป็นฐานรับของหน้าผามีตลอดความยาวของแนวผาสูงโผล่พ้นพื้นมาประมาณ 1 เมตร โดยด้านบนจะปิดทับด้วยตะกอนที่อ่อนกว่าทับถมขึ้นไป ในประเทศไทยสามารถพบแหล่งธรณีวิทยาเช่นนี้ได้น้อยมาก โดยที่เห็นได้เด่นชัดคือที่ จ.ชุมพร และจ.กระบี่

    ฝั่งแดง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งศึกษาด้านธรณีวิทยาที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย เพราะนอกจากความรู้ทางด้านธรณีวิทยาที่จะได้รับแล้ว ความงดงามทางทัศนียภาพ ทั้งผาสีแดงที่สวยงามจากการถูกกระทำโดยธรรมชาติ และหาดทรายสีแดงที่งดงามไม่เหมือนใคร ทำให้สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของประจวบคีรีขันธ์ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ต่างวางแผนในการรองรับไว้ในระดับหนึ่งแล้ว ทั้ง การจัดเก็บขยะบริเวณชายหาดที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว รวมถึงการเตรียมฝึกอบรมมัคคุเทศก์น้อยโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนนำมาเป็นคนให้ความรู้นักท่องเที่ยว และเตรียมแผนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

    ทีมเดลินิวส์ออนไลน์ - ขอบคุณข้อมูลจากเดลินิวส์

 พาเที่ยว บ้านฝั่งแดง หาดผาแดง บางสะพานน้อย ประจวบคีรีขันธ์

ประจวบคีรีขันธ์ - ททท. และกรมทรัพยากรธรณี นำสื่อลงพื้นที่สำรวจ “หาดฝั่งแดง” บ้านฝั่งแดง ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีจุดเด่นพิเศษหน้าผาแดง และหาดทรายแดง ตลอดจนก้อนหินขนาดต่างๆ ที่มีสีสันสีแดงเป็นระยะทางยาวประมาณ 8 กม. ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นมากว่า 1 แสนปีจนถึง 240 ล้านปี ซึ่งทางจังหวัด และ ททท.ประจวบฯ ได้ชูจุดขายใหม่ “หาดฝั่งแดง” เป็น 1 ใน 10 สิ่งมหัศจรรย์แหล่งท่องเที่ยวประจวบฯ ในปี 56 เตรียมเดินหน้าประชาสัมพันธ์
      
       วันนี้ (31 ม.ค.) นายนราเมศวร์ ธีระรังสิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 3 ปทุมธานี พร้อมด้วย น.ส.พสิษฐ์ตา อินทร์พันธ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปยัง “หาดฝั่งแดง” ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 และหมู่ที่ 5 ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้นำหาดฝั่งแดงขึ้นมาเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว 1 ใน 10 แหล่งท่องเที่ยวมหัศจรรย์ประจวบคีรีขันธ์ ในปี 2556 และเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนทางวิชาการว่า หาดฝั่งแดงเกิดจากอะไร มีความเป็นมหัศจรรย์อย่างไร เกิดขึ้นมานานขนาดไหน และมีพื้นฐานข้อมูลทางวิชาการจากรมทรัพยากรธรณีอย่างไร เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลการสื่อสารออกไปสู่สาธารณชนอย่างถูกต้อง โดยในวันนี้ ทาง ททท.สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขัน จึงได้เชิญนักวิชาการจากกรมทรัพยากรธรณี และสื่อมวลชนเข้ามาสำรวจในพื้นที่
      
       นายนราเมศวร์ ธีระรังสิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 3 ปทุมธานี กล่าวในขณะทำการสำรวจว่า หาดฝั่งแดง หรือหาดผาแดง มีลักษณะพิเศษคือ แนวหน้าผาหินสีแดง เป็นลักษณะของตะกอนกรวดที่มีลวดลายสีสันที่สวยงาม หันหน้าออกสู่ทะเล มีความสูงของหน้าผากว่า 6 เมตร และความยาวกว่า 6-8 กิโลเมตร ความจริงแล้ว จุดนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็น “ศิลาแลง” ได้เช่นกัน
      
       “บริเวณจุดนี้ทางธรณีวิทยาถือเป็นการเกิดตะกอนในยุคไครสโตซีน มีอายุอยู่ในราวกว่า 1 แสนปีขึ้นไป ในยุคนั้นบริเวณนี้จะเป็นยุดที่มีทางน้ำกวัดแกว่งอยู่แถวนี้ และพัดพาตะกอนกรวดเข้ามาค่อนข้างไกล และมาสะสมตัวอยู่บริเวณจุดนี้ ซึ่งก้อนกรวดจะมีลักษณะกลมมน นานเข้าจากการสะสมก็จะทำให้มีความหนาของตะกอนประมาณ 10 กว่าเมตรขึ้นไป”
      
       “ซึ่งหาดฝั่งแดง หรือหาดผาแดงนี้ เกิดขึ้นจากการสะสมของตะกอนที่ถูกน้ำพัดพา และเกิดการกัดเซาะของคลื่น และลมทะเลธรรมชาติเป็นระยะเวลากว่า 1 แสนปี-250 ล้านปี จนทำให้ลวดลายสวยงามสีแดง มีพื้นทรายสีแดง รวมไปถึงกรวด และก้อนหินขนาดต่างๆ กลายเป็นสีแดง ซึ่งเกิดจากการล่วงหล่นมาจากหน้าผาแดง และเมื่อหล่นลงมาแล้วถูกน้ำทะเลพัดขึ้นพัดลง จนก้อนกรวด และก้อนหินเกิดความสวยงามตาขนาดต่างๆ จึงนับเป็นเสน่ห์ และความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ทั้งนี้ หาดผาแดง มี 2 ส่วน คือ ส่วนแรกจะเป็นลักษณะของศิลาแลง อายุประมาณกว่า 1 แสนปีขึ้นไป และอีกส่วนลงไปแนวเดียวกัน มีอายุกว่า 240 ล้านปี ซึ่งข้อมูลทั้งหมดถือเป็นข้อมูลทางวิชาการ”
       จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันพัฒนาจุดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งอนุรักษ์ทางธรณีวิทยาก็จะเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดประจวบฯ และยังเป็นชายหาดเดียวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เป็นหาดทรายแดงปนกรวด สิ่งสำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวอนุรักษ์ทางธรณีวิทยาที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่จะมาศึกษาค้นคว้าหาความรู้ต่อไป
      
       ด้าน น.ส.พสิษฐ์ตา อินทร์พันธ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หาดผาแดง ซึ่งอยู่ที่บ้านฝั่งแดง ทางจังหวัดประจวบฯ และ ททท.ได้หยิบยกขึ้นมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว 1 ใน 10 แหล่งท่องเที่ยวมหัศจรรย์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปี 2556 เพื่อที่จะเชิญชวนประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาพักผ่อนท่องเที่ยวก่อนที่เราจะโปรโมตจุดนี้
      
       “ตัวของหาฝั่งแดง บ้านฝั่งแดง มีความน่าสนใจอยู่แล้ว ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์จึงไม่ยาก แต่ทั้งนี้ต้องการให้เกิดการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เช่น การทำป้ายบอกทางเข้ามา ซึ่งปัจจุบันมีน้อยมาก เพราะหลังจากมีการประชาสัมพันธ์ย่อมต้องมีนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางเข้ามาในพื้นที่จุดนี้มากขึ้น เมื่อมาแล้วนักท่องเที่ยวต้องทราบข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร ซึ่งคงต้องมาวางแผนร่วมกันว่า จะดำเนินการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ไปในทิศทางใด” น.ส.พสิษฐ์ตา อินทร์พันธ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กล่าว
Visitors: 1,634,225