กุ้ง หอย ปู และปลาหมึกเป็นอาหารทะเลที่เพื่อนๆ หลายคนชื่นชอบ แต่ก็ไม่กล้ารับประทานบ่อย หรือบางคนงดกินไปเลยก็มี เนื่องจากได้รับคำบอกเล่าว่ามีผลทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ในขณะที่ปลาเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อว่าดีต่อสุขภาพ จึงเป็นที่นิยมรับประทานกันมากกว่า
             เพื่อนๆเคยสงสัยหรือไม่ว่าเรื่องเล่าหรือคำกล่าวอ้างต่างๆ ถึงอาหารทะเลนั้นเป็นจริงหรือไม่ และทำไมทั้งๆ ที่เพื่อนๆระวังการกินอาหารที่คอเลสเตอรอลสูงแล้ว แต่ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดก็ยังไม่ยอมลดลง ถ้าเป็นเช่นนั้นเราลองมาพิจารณาถึงเรื่องเล่าและคำกล่าวอ้างต่างๆ เกี่ยวกับอาหารทะเลกันไปทีละข้อเลยนะ

1.ควรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลเพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
             แม้ว่าปลาหมึก กุ้ง และหอยบางชนิด รวมถึงไข่ปลาหมึก ไข่กุ้ง และไข่ปูจะมีคอเลสเตอรอลสูง 
แต่จัดเป็นอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ ซึ่งคอเลสเตอรอลจากอาหารทะเลและเนื้อสัตว์อื่นๆ มีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของคนทั่วไปเพียงเล็กน้อย ในขณะที่อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ไขมันจากสัตว์ หนังสัตว์ ไขมันนม เนย และกะทิ รวมถึงไขมันทรานส์  ซึ่งพบมากในมาการีน เนยขาว ครีมเทียม และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เช่น เค้ก คุกกี้ หรือพาย เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ดังนั้นในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอล จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์สูง มากกว่าการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง
                อย่างไรก็ตามมีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่มีคอเลสเตอรอลสูง และผู้ที่มีทั้งคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูงพบว่า การกินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง(ในการศึกษาให้ผู้เข้าร่วมศึกษากินไข่แดงวันละ 2 ฟอง) ไม่ทำให้ระดับแอลดีแอลคอเลสเตอรอลในผู้มีคอเลสเตอรอลสูงเปลี่ยนแปลง แต่ระดับแอลดีแอลคอเลสเตอรอลในผู้ที่มีทั้งคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูงจะเพิ่มขึ้น ซึ่งการเพิ่มของแอลดีแอลคอเลสเตอรอลทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจควรกินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลน้อยกว่าวันละ 200 มิลลิกรัม 

2. ปลาที่มีไขมันสูงดีต่อสุขภาพ
               กรดไขมันโอเมกา 2 ที่พบในปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาทู ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาอินทรี ปลาดาบ ปลากะพง หรือปลาแซลมอน มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ดังนั้นการกินปลาที่มีกรดไขมันโอเมกา 3 สูงจึงดีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามควรคำนึงถึงวิธีการปรุงด้วย เนื่องจากการทอดปลาจะทำให้กรดไขมันโอเมกา 3 จากปลาละลายลงสู่น้ำมันที่ใช้ทอด ในขณะเดียวกันน้ำมันที่ใช้ทอดจะซึมเข้าปลา จึงทำให้เสียโอกาสการได้รับประโยชน์จากกรดไขมันโอเมกา 3 ในปลา สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้กินปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะปลาที่มีกรดไขมันโอเมกา 3 สูง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ


3.กินปลาดีต่อสุขภาพ กินมากก็ไม่เป็นไร
             ปลาเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพดีที่มีไขมันต่ำ แม้ปลาบางชนิดจะมีไขมันสูง แต่ก็จัดว่าเป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพ การกินปลาบ่อยกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่นจึงเป็นสิ่งที่ดี แต่การกินปลาในปริมาณมาก ก็จะทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนมากไปด้วย ซึ่งการได้รับโปรตีนมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ดังที่มีการศึกษาพบว่า การได้รับโปรตีนมากเกินไปเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ และอาหารที่มีโปรตีนสูง จะทำให้แร่ธาตุแคลเซียมถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้น จึงทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนสูงขึ้น นอกจากนี้เมื่อร่างกายย่อยสลายโปรตีนจะเกิดของเสียที่เรียกว่ายูเรีย ซึ่งจะถูกขับออกทางไต หากไตทำงานหนักจากการขับของเสียจำนวนมากเป็นเวลานาน ไตอาจเสื่อมได้ ดังนั้นการกินปลาเพื่อสุขภาพ ควรคำนึงถึง ปริมาณด้วย โดยปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสมคือ กินวันละ 6-12 ช้อนโต๊ะ (อ้างอิงจากคู่มือธงโภชนาการ)

  รับทราบข้อมูลทางวิชาการกันแล้ว เพื่อนๆ  ก็รับประทานอาหารทะเลโดยรู้เท่าทัน