จันทิมา รีสอร์ท จัดกิจกรรมทัวร์การร่อนทอง ตำบลร่อนทอง บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์


จันทิมารีสอร์ท ตั้งอยู่ที่หาดบางเบิด อ.บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ว่า แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามขึ้นชื่มมากที่สุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทย อยู่ระหว่างรอยต่อของจังหวัดประจวบคีรีขัรธ์และชุมพรพอดี ที่นี่เป็นแหล่งดำน้ำดูประการังที่มีชื่อเสียงมากโดยเฉพาะบริเวณเกาะทะลุ เกาะสิงห์ เกาะสังข์ ตอนนี้ที่เกาะทะลุทัวร์และจันทิมารีสอร์ท ได้จัดกิจกรรมทัวร์ร่อนทอง เป็นซีซั่นพิเศษช่วงเทศกาลหน้าฝน  เพราะบางขณะในฤดูมรสุมทะเลมีคลื่นก็ไม่ค่อยสะดวกนักในการไปทัวร์ดำน้ำ ก็มีกิจกรรมสนุกๆ มาแนะนำกัน

การหาทองคำที่ ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน เป็นการหาทองคำแบบวิถีชาวบ้าน ที่นี่มีแหล่งทองคำจริงๆ โดยชาวบ้านแถบพื้นที่แถวนั้นมีการหาทองกันแบบนี้มานานกว่าร้อยปีแล้ว เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคในการร่อนหาทองคำจากรุ่นสู่รุ่น ยกตัวอย่างเช่นครอบครัวของลุงเล็กและป้าชีพ ได้เปิดทำเหมืองทองคำอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ และยังได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการหาแร่ทองคำให้ชาวบ้านในชุมชนได้พึ่งตนเอง สร้างรายได้ให้กับชุมชน  ปัจจุบันการร่อนทองเพื่อหาแร่ทองคำได้เป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง เพราะนับวันวัตถุมีค่าอย่างทองคำ มีแต่ราคาสูงขึ้นทุกขณะ  ที่เหมืองทองคำของลุงเล็กเป็นแหล่งเรียนรู้การทำเหมืองทองคำแบบไม่ทำลายระบบนิเวศน์ เป็นแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานราชการ. อบต. เทศบาลตำบล ต่างๆทั่วประเทศ รวมถึงคณะนิสิตนักศึกษา ประชาชนทั่วไปที่สนใจที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับการร่อนทองคำ ก็สามารถเข้าชมและเข้าร่วมกิจกรรมกับลุงเล็กได้ทุกวัน แต่ควรแจ้งทางลุงเล็กให้ทราบล่วงหน้าก่อนที่เบอร์โทรศัพท์ 085-292-1866 เพื่อความสะดวกทั้งแขกผู้ไปเยือนและทางลุงเล็กเจ้าของบ้านเองด้วย

 

กิจกรรมทัวร์ร่อนทอง รับจัดแบบเป็นหมู่คณะ มีอุปกรณ์ร่อนทองหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเรียง  เป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยให้การหาทองง่ายและสะดวกขึ้น มีอาหารที่พักแบบชาวบ้านอาหารท้องถิ่นบางสะพาน จัดที่พักแบบโฮมเตย์ ที่เหมืองทองหรือต้องการที่พักแบบสะดวกสบายก็ต้องไปพักที่จันทิมารีสอร์ทหาดบางเบิด บางสะพานน้อย ช่วงเช้าดำน้ำดูปะการังที่เกาะทะลุ ช่วงบ่ายไปร่อนทองที่บางสะพาน ไม่แน่โชคดีขึ้นมาได้ทองเป็นที่ระลึกกลับบ้านได้ด้วย
สนใจทัวร์ดำน้ำเกาะทะลุ และร่อนทองบางสะพาน กับจันทิมารีสอร์ท โทรเลย 098-0641749 และ 081-0068001. ทุกวัน 

ค่าบริการ ทัวร์ร่อนทอง บางสะพาน

ค่าบริการ ท่านละ 400 บาท ลูกค้านำรถไปเอง ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์

ราคานี้ รวม อาหารกล่อง ผลไม้ น้ำดิ่ม

เลียง หรืออุปกรณ์ร่อนทอง

อุปกรณ์ ที่ควนมำไปด้วย คือ ร่มกันแดด

 
 ประวัติความเป็นมา :
ตำบลร่อนทอง เล่ากันต่อมาว่าเดิมเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเมืองกำเนิดนพคุณ และเป็นพื้นที่ที่มีแร่ทองคำเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่บ้านป่าร่อน ได้มีราษฎรจากแหล่งต่าง ๆ รวมทั้งชาวต่างชาติได้อพยพเข้ามาในพื้นที่ขุดหาแร่ทองคำ มีการจัดตั้งบ้านเรือนกันเป็นกลุ่ม ๆ เช่น ที่กลุ่มตลาดห้วยจังหัน กลุ่มท่าตลาด ฯลฯ เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองใหม่ เมืองกำเนิดนพคุณ ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอำเภอบางสะพาน ก็ได้มีการจัดตั้งตำบลต่าง ๆ ขึ้น เช่น ตำบลกำเนิดนพคุณ ตำบลธงชัย ตำบลพงศ์ประศาสน์ ตำบลบางสะพานน้อย และตำบลป่าร่อน (ตำบลร่อนทองในปัจจุบัน) และต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อตำบลให้มีความหมายกว้างขึ้นกว่าเดิม โดยเปลี่ยนจากตำบลป่าร่อนเป็น "ตำบลร่อนทอง"

 สภาพทั่วไปของตำบล :
สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่หุบเขาสลับกับพื้นที่ราบ โดยมีหุบเขาทางทิศตะวันตกแลเป็นพื้นที่ราบลงมาทางทิศตะวันออก มีป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ ดินมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศชุ่มชื้น มีลำคลองสายสั้น ๆ ไหลลงสู่พื้นที่ราบ
 อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดกับ ต.ชัยเกษม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ทิศใต้ ติดกับ ต.ทองมงคล อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 
ทิศตะวันตก ติดกับ สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพเมียนม่าร์
 จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 7,606 คน และจำนวนหลังคาเรือน 1,645 หลังคาเรือน
 ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำสวนมะพร้าว ยางพารา ทุเรียน ทำไร่
อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์ รับจ้าง
 ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1. สถานที่ร่อนแร่ทองคำบ้านป่าร่อน
2. อ่างเก็บน้ำคลองลอย

เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ : กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
 ข้อมูลองค์การบริหารส่วนตำบล

 ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจมาดูชาวบ้านร่อนทองด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านที่คลองทอง หมู่ 5 และหมู่ 6 ต.ร่อนทอง ซึ่งเป็นแหล่งสายแร่ทองคำธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของ อ.บางสะพาน ชื่อว่า “ทองนพคุณ” มีความบริสุทธิ์ 99% โดยแต่ละวันจะมีชาวบ้านกว่า 100 ราย เดินทางมาร่อนทองด้วยการใช้ “เลียง” อุปกรณ์คล้ายกระทะทำด้วยไม้ หลังจากก่อนหน้านี้มีฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่องในฤดูน้ำหลาก ทำให้การร่อนทองเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ล่าสุดได้รับการติดต่อจากคณะทัวร์ที่ อ.หัวหิน เพื่อนำนักท่องเที่ยวต่างชาติมาดูการร่อนทองในช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากชาวต่างชาติชื่นชอบการร่อนทอง ซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิม และใช้เวลาว่างจากการทำอาชีพเกษตรกร ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากการร่อนทองค่อนข้างสูง เนื่องจากทองบางสะพานมีราคาถึงบาทละ 40,000 บาท หากเป็นเกร็ดทองเล็กจะมีราคาหุ้นละ 800 - 1,000 บาท ซึ่งนักท่องเที่ยวในแถบเอเชียทั้ง จีน เกาหลี และไต้หวัน ต้องการซื้อเก็บเป็นที่ระลึกตามความเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคล.- สำนักข่าวไทย

 

ที่มาของ “ทอง” บางสะพาน แหล่งแร่ทองคำที่มีชื่อเสียง และรู้จักกันดีในประเทศไทย มีด้วยกัน ๓ แหล่ง ได้แก่ อำเภอ กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และอำเภอ บางสะพาน จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ อำเภอบางสะพานเดิมชื่อ เมืองกำเนิดนพคุณ ตัวเมืองตั้งอยู่ที่ท่ามะนาว ฝั่งขวาของลำน้ำแม่รำพึง ต่อมาตั้งที่ท่ากะหลอ ปัจจุบันเรียกว่า บ้านหลักเมือง อยู่ริมฝั่งขวาลำน้ำบางสะพาน ซึ่งยังมีหลักฐานเสาหินหลักเมืองปรากฏอยู่ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๓๗ มีการจัดการปกครองท้องที่เป็นระบบมณฑลเทศาภิบาล เมืองกำเนิดนพคุณถูกยุบเป็นอำเภอเมืองนพคุณ ขึ้นต่อเมืองชุมพร เมื่อถึง พ.ศ. ๒๔๔๙ ตั้งเมืองประจวบคีรีขันธ์และยกอำเภอเมืองนพคุณขึ้นต่อเมืองประจวบคีรีขันธ์ และย้ายมาตั้งริมทางรถไฟ ในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ และเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบางสะพานใน พ.ศ. ๒๔๖๐ เป็นต้นมา ปัจจุบันอำเภอบางสะพาน มี ๗ ตำบล ได้แก่ ตำบลกำเนิดนพคุณตำบลร่อนทอง ตำบลพงศ์ประศาสน์ ตำบลทองมงคล ตำบลชัยเกษม ตำบลแม่รำพึง และตำบลธงชัย (หรือบ้านกรูดนั่นเอง) ทองที่มีชื่อเสียงนั้น อยู่ในเขตหมู่บ้านป่าร่อน ตำบลร่อนทอง และบริเวณที่มีการขุดทองมากที่สุดอยู่ที่บริเวณห้วยจังหัน ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ ๗๕๐–๒,๐๐๐ เมตร ปัจจุบันปริมาณทองลดน้อยลงมาก แต่ก็ยังมีชาวบ้านมาร่อนทอง เพื่อเป็นอาชีพรองอยู่เสมอ 
Image

ในอดีต บางสะพานเป็นเมืองที่มีการขุดและร่อนทองเป็นครั้งแรก สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ในปี พ.ศ. ๒๒๘๙ เจ้าเมืองกุยได้ส่งทองร่อนหนัก ๓ ตำลึง นำถวายพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระองค์จึงเกณฑ์ไพร่จำนวน ๒,๐๐๐ คน ไปร่อนทองที่บางสะพานเป็นเวลาปีเศษ ได้ทองคำหนัก ๙๐ ชั่งเศษ เป็นน้ำหนัก ๕๔ กิโลกรัม หรือ ๓,๖๐๐ บาท และได้นำทองทั้งหมดไป หุ้มยอดมณฑป รอยพระพุทธบาทสระบุรี แต่ยอดมณฑปนี้ถูกโจรจีนเผาหลอมทองเอาไปทั้งหมด เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ (พ.ศ.๒๓๑๐) 
Image Image
อาชีพร่อนทอง อาชีพร่อนทอง เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงเนื่องจากจะต้องขุดดินเป็นหลุมลึก บางครั้งก็ตื้น มีโอกาสพบทองหรือไม่ไม่สามารถจะบอกล่วงหน้าได้ จากเอกสารที่มีผู้สนใจได้ศึกษาค้นคว้าและคำบอกเล่าของชาวบ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคยยึดอาชีพขุดทอง พอจะนำมาเรียบเรียงถึงความเชื่อในการประกอบอาชีพร่อนทองของชาวบางสะพาน ได้ดังนี้ ความเชื่อ ก่อนที่จะขุดทองต้องมีการบวงสรวงเจ้าที่เจ้าทาง ซึ่งมีหลายรูปแบบ ตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น อาทิ 
-ห้ามสวมรองเท้าเข้าไปในบริเวณหลุมที่ขุดทอง 
-ห้ามผู้หญิงที่มีรอบเดือนเข้าไปในบริเวณหลุมที่ขุดทอง 
-เมื่อพบทองแล้วห้ามเรียกคนอื่นให้มาขุดที่เดียวกัน เพราะจะไม่พบทองอีกเลย 
-ห้ามใส่เครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำไปขุด เพราะจะไม่พบทองคำเลย 
-ใช้ขวดยานัตถุ์ผูกสะเอวเพื่อใส่ทองที่ร่อนได้ เนื่องจากมีขนาดเล็กและพกติตัวได้สะดวก

คุณสมบัติของทองบางสะพาน “ทองบางสะพาน” หรือ “ทองบางตะพาน” มีชื่อเสียงและรู้จักกันดีจนมีผู้กล่าวกันว่า “เป็นทองคำเนื้อดีที่สุดของเมืองไทยและในโลก” ทองที่พบเป็นทองธรรมชาติ เห็นเป็น Nuggest (ทองที่ขุดได้โดยไม่ต้องถลุง) อย่างชัดเจน เหลืองอร่าม สุกปลั่งและเนื้ออ่อน ทองร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นทองเนื้อเก้า เรียกว่า “นพคุณเนื้อเก้า” เชื่อกันว่าป้องกันภยันตรายและภูตผีปีศาจได้ดี ทองบางสะพาน หรือทองบางตะพาน หรือทองนพคุณนี้ในหนังสือประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔ อธิบายไว้ว่า ทองคำที่ซื้อขายกันนั้น เรียกตามเนื้อและตามราคา เช่น ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๔ บาท เรียกว่า เนื้อสี่ ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๕ บาท เรียกว่า เนื้อห้า ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๖ บาท เรียกว่า เนื้อหก ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๗ บาทเรียกว่า เนื้อเจ็ด ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๘ บาทเรียกว่า เนื้อแปด ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๘ บาท ๒ สลึง เรียกว่า ทองเนื้อแปดสองขา ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๙ บาท เรียกว่า นพคุณเก้าน้ำ 

คุณสมบัติเด่นเฉพาะของทองบางตะพาน ปรากฏอยู่ในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น นิราศนรินทร์ 
“บางสะพานสพาดพื้น ทองปาง แก่แฮ รอยชะแลงชระลุราง ร่อนกลุ้ม ระลึกโฉมแม่แบบบาง บัวมาศ กูเอย ควรแผ่แผ่นทองหุ้ม ห่อไว้หวังสงวน” ขุนช้างขุนแผน “เอาไม้สรรพยามาทำฝัก ผสมผงลงรักให้ผิวผ่อง กาบหุ้มต้นปลายลายจำลอง ทำด้วยทองบาทชาติบางตะพาน”

 

Image

นิราศถลาง กล่าวถึงทองบางสะพาน

       กระทั่งถึงบางสะพานสถานที่             มีทองดีแต่บุราณนานหนักหนา บังเกิดกับกายสิทธิ์อิศรา                             ไม่มีราคีแกมแอร่มเรือง

เนื้อกษัตริย์ชัดแท้ไม่แปรธาตุ                       ธรรมชาติสุกใสวิไลเหลือง 

ชาติประหังหุงขาดบาทละเฟื้อง                  ถึงรุ่งเรืองก็ยังเยาเบาราคา

บางตะพานผุดผ่องไม่ต้องหุง                     ราคาสูงสมศักดิ์ศรีดีหนักหนา

พี่อยากได้เนื้อทองให้น้องทา                       แต่วาสนายังไม่เทียมต้องเจียมใจ

ประวัติ[แก้]

อำเภอบางสะพานเคยมีฐานะเป็นเมืองชั้นจัตวา ชื่อ เมืองกำเนิดนพคุณ บางครั้งที่มีศึกสงครามก็ต้องยุบเมือง ต่อมาได้รับการจัดตั้งเป็นอำเภอเมืองกำเนิดนพคุณ ขึ้นกับเมืองชุมพร (จังหวัดชุมพร) ต่อมาได้รวมกับอำเภอปราณบุรี จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี ให้เป็นจังหวัดปราณบุรี ตั้งที่ตำบลเกาะหลัก[1] ทำให้อำเภอเมืองกำเนิดนพคุณ เป็นอำเภอหนึ่งของเมืองปราณบุรี (จังหวัด) ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์[2] อำเภอกำเนิดนพคุณก็ยังขึ้นตรงกับจังหวัดประจวบคีรีขันธุ์ต่อมา

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอบางสะพานตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอบางสะพานแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 7 ตำบล 71 หมู่บ้าน ได้แก่

1. กำเนิดนพคุณ     (Kamnoet Nopphakhun)     8 หมู่บ้าน  
2. พงศ์ประศาสน์     (Phong Prasat)     11 หมู่บ้าน  
3. ร่อนทอง     (Ron Thong)     12 หมู่บ้าน  
4. ธงชัย     (Thong Chai)     11 หมู่บ้าน  
5. ชัยเกษม     (Chai Kasem)     12 หมู่บ้าน  
6. ทองมงคล     (Thong Mongkhon)     10 หมู่บ้าน  
7. แม่รำพึง     (Mae Ramphueng)     7 หมู่บ้าน  

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอบางสะพานประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลกำเนิดนพคุณ
  • เทศบาลตำบลบ้านกรูด ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลธงชัย
  • เทศบาลตำบลร่อนทอง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลร่อนทอง
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกำเนิดนพคุณ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกำเนิดนพคุณ (นอกเขตเทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลพงศ์ประศาสน์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพงศ์ประศาสน์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลร่อนทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลร่อนทอง (นอกเขตเทศบาลตำบลร่อนทอง)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลธงชัย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลธงชัย (นอกเขตเทศบาลตำบลบ้านกรูด)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลชัยเกษม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชัยเกษมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลทองมงคล ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทองมงคลทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแม่รำพึง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่รำพึงทั้งตำบล

สถานศึกษา[แก้]

โรงเรียนมัธยม

  • โรงเรียนธงชัยวิทยา
  • โรงเรียนชัยเกษมวิทยา
  • โรงเรียนบางสะพานวิทยา
  • โรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์
  • โรงเรียนธนาคารออมสิน

 

แหล่งท่องเที่ยว[แก้]

  • วัดถ้ำเขาม้าร้อง

ห่างจากที่ว่าการอำเภอบางสะพานไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กม. ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลพงศ์ประศาสน์ ภายในถ้ำมีหลายคูหาซึ่งมีผู้ดูแลติดตั้งไฟฟ้าแสงสีต่าง ๆ ประดับประดาทำให้บรรยากาศในถ้ำดูสวยงามน่าสนใจ ผนังถ้ำด้านหนึ่งมีพระพุทธรูปวางเรียงรายตลอดแนว สถานที่กว้างขวางรถยนต์สามารถเข้าถึงปากถ้ำได้

  • อ่าวแม่รำพึง

เป็นชายหาดที่ค่อนข้างเงียบสงบ มีถนนเลียบชายหาด มีร้านอาหารทะเล และสถานที่พักริมชายหาดเปิดบริการแก่นักท่องเที่ยว อยู่ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ประมาณ 86 กม. และห่างจากถนนเพชรเกษมตามทางแยกเข้าตัวอำเภอบางสะพานไปประมาณ 17 กม.

  • อุทยานป่ากลางอ่าว

เป็นอุทยานป่าไม้เบญจพรรณ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งอยู่ใกล้ชุมชนอำเภอบางสะพานเพียง 2 กม. และอยู่ ติดชายทะเล มีป่าไม้ ยางขนาดใหญ่ ให้ความร่มรื่น

  • อ่าวบ่อทองหลาง

อยู่ห่างจากอ่าวแม่รำพึงตามถนนเลียบชายหาดประมาณ 4 กม. มีชายหาดโค้งเป็นรูปวงกลมอยู่ริมเชิงเขา หาดทรายขาว สะอาด น้ำทะเลใส สามารถลงเล่นน้ำได้ ริมชายหาดมีร้านขายอาหาร และเครื่องดื่มบริการ

  • อ่าวบ้านกรูด
  • ตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ตั้งอยู่บนเขาธงชัย ท้องที่บ้านกรูด ซึ่งแยกจากถนนเพชรเกษมเข้าไปทางซ้ายประมาณ 16 กม. จะพบตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สวยเด่นบนยอดเขาธงชัย หันหน้าออกสู่ทะเล บริเวณรอบ ๆ มีสวนไม้ดอก ไม้ประดับ และสำนักสงฆ์ซึ่งเชื่อกันว่ากรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เคยเสด็จฯ ประทับ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อพักทอดสมอเรือรบ

  • พระพุทธกิติสิริชัย

เป็นพระรูปปูน ปั้นขนาดใหญ่ รูปทรงแบบคันทาราช(ปางตรัสรู้) ลักษณะนั่งขัดสมาธิบนดอกบัว มีผ้าทิพย์พระนามาภิไธย ส.ก.บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อวันที่ ๖มิ.ย. ๒๕๓๙ โดยสมเด็จพระราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระพุทธกิติสิริชัย ประดิษฐานอยู่ด้านทิศตะวันออกตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขาธงชัย เป็นที่สักการะกราบไหว้ของประชาชนทั่วไป

  • พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ (นามพระราชทาน)

เป็นพระมหาธาตุเจดีย์ขนาดใหญ่ มีความสวยงามวิจิตรตระการตาตามแบบไทยแท้ อันหาดูได้ยากยิ่ง คณะสงฆ์และพสกนิกรผู้จงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประกาศความภักดี โดยร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองราชย์เป็นปีที่ห้าสิบ ออกแบบโดย ม.ร.ว มิตรารุณ เกษมศรี นายช่างสถาปนิกประจำสำนักพระราชวัง โดยฝีมือการออกแบบและก่อสร้างอย่างวิจิตรบรรจง ทรงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมไทยอันยอดเยี่ยม.

  • เกาะลำร่า

เป็นเกาะหินขนาดปานกลางอยู่ที่ตำบลธงชัย (อยู่ระหว่างเขตอำเภอทับสะแก และอำเภอบางสะพาน) บริเวณรอบเกาะมีแนวประการัง

  • เกาะทะลุ เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นชั้นดีและที่สำคัญคือ ราคาค่าบริการดำน้ำดูปะการัง ถูกมากเมื่อเทียบกับแหล่งดำน้ำอื่นๆของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเกาะทะลุหรือที่บางท่านเรียกว่าเขาทะลุได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างมากมาย หากท่านอยู่ริมทะเลในอ่าวบางสะพานและบางสะพานน้อย ไม่ว่าช่วงไหน คือตั้งแต่อ่าวแม่รำพึงจนถึงหาดบางเบิด จะมองเห็นเกาะทะลุ ซึ่งเป็นเกาะใหญ่อยู่ห่างจากชายฝั่งไปไม่ไกล บนเกาะมีถ้ำทะลุจากด้านหนึ่งของเกาะไปยังอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเด่นและที่มาของชื่อเกาะทะลุ บนเกาะทะลุมีชายหาดสวยงามสี่แห่ง มีแหล่งปะการังน้ำตื้นสวยงามให้ชมอยู่รอบเกาะ แถมปลายังชุกชุมซะด้วย นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาให้อาหารปลาและดำน้ำเล่นกับฝูงปลากันที่นี่ ใช้เวลาเดินทางมายังจุดดำน้ำเกาะทะลุ โดยเรือท่องเที่ยวประมาณ 30-40 นาที

เกาะทะลุ อยู่ในทะเลอ่าวไทย อ. บางสะพานน้อย ห่างจากชาย ฝั่งบริเวณปากคลองบางสะพานน้อยราว 7 กม. มีจุดดำน้ำที่เลื่องชื่ออยู่ 2 จุดโดยเรือท่องเที่ยวจะพาไปดำน้ำชมปะการังจุดละ 1 ชั่วโมง โดยเกาะทะลุมีเกาะบริวารอีกสองเกาะ คือ เกาะสังข์และเกาะสิงห์ ซึ่งเป็นแหล่งชมปะการังน้ำตื้นที่สวยงามอีกที่เช่นกัน เกาะสิงห์-เกาะสังข์ ที่นี่เป็นจุดที่สองสำหรับการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นเป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ใกล้กับเกาะทะลุไปทางด้านทิศใต้ ตัวเกาะคล้ายกับโขดหินที่ลอยอยู่ในทะเล ไม่มีชายหาด รอบเกาะอุดมไปด้วยปะการังสวยๆชนิดต่างๆ คล้ายกับที่เกาะทะลุ แต่จะมีจุดเด่นกว่าตรงที่ เกาะสิงห์มีปะการังมากชนิดกว่า และสวยงามกว่า จึงพลาดไม่ได้สำหรับคนที่ชอบปะการัง

  • น้ำตกไทรคู่

การเดินทางไปน้ำตกไทรคู่จะต้องใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3196 จากตัวอำเภอบางสะพานมุ่งหน้าไปตามเส้นทางจนกระทั่งถึงทางแยกไปทางบ้านโป่งโกเลี้ยวขวาเข้าไป เจอสะพานไม้เล็ก ๆ ข้ามห้วยไปประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกไทรคู่ ซึ่งน้ำตกไทรคู่ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ อยู่ทางทิศตะวันตกของถนนเพชรเกษม บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี น้ำตกไทรคู่แห่งนี้มีทั้งหมด 9 ชั้น แต่ละชั้นจะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป โดยชั้นที่มีความงามมากที่สุดคือชั้นที่ 5 ซึ่งน้ำตกในชั้นนี้จะมีลักษณะที่เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถพบสัตว์ป่าหลายชนิดที่บริเวณน้ำตกอีกด้วย

Visitors: 1,644,647