ตำนานเขาตาม่องล่าย และ เกาะทะลุ

ตำนานเขาตาม่องล่าย

 

          ณ หมู่บ้านอ่าวน้อย มีบ้านหลังหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวชื่อ ม่องล่าย  เมียชื่อ รำพึง  และลูกสาวชื่อ ยมโดย ความงามและความดีของนาง  เลื่องลือ อยู่ในหมู่ชาวประมงแลพ่อค้าวานิช ที่เคยเข้ามาค้าขายในอ่าวน้อย ขณะเดียวกัน หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตเมืองเพชรบุรี มีเจ้าเมืองปกครองด้วยความร่มเย็น มีลูกชายรูปงามชื่อ เจ้าลาย ได้ยินกิตติศัพท์ความงามของยมโดย จึงคิดอุบายเพื่อชมความงามของนาง จึงได้ปลอมตัวเป็นชาวประมงล่องเรือขายปลามาถึงหมู่บ้านอ่าวน้อย และได้ทำความรู้จักนางรำพึง ด้วยความขยันขันแข็งสุภาพอ่อนน้อมของเจ้าลาย ทำให้นางรำพึงยินดีให้เจ้าลายสนิทสนมกับสาวยมโดย ส่วนตาม่องล่ายกลัยบไม่พอใจจึงขัดขวางทุกวิถีทาง 

 

            ความรักของคนทั้งสองเริ่มมีอุปสรรคมากขึ้น เมื่อมีเรือสำเภาจีนเข้ามาค้าขาย และได้จอดทอดสมอเรือที่บริเวณหน้าบ้านตาม่องล่ายในอ่าวน้อย เจ้าของเรือคือ เจ้ากรุงจีน ซึ่งได้ยินกิตติศัพท์ความงามของนางยมโดย  จึงตีสนิทกับตาม่องล่ายได้สำเร็จ แต่นางรำพึงไม่พอใจ ยายรำพึงกับตาม่องล่าย มักมีปากเสียงกันด้วยเรื่องนี้อยู่เสมอ 

 

            ต่อมาเมื่อเจ้าลายส่งผุ้ใหญ่มาสู่ขอนางยมโดย จากยายรำพึง ยายรำพึงได้รับขันหมากเจ้าลาย โดยไม่ให้ตาม่องล่ายรู้ และเมื่อเจ้ากรุงจีนมาสู่ขอนางยม โดยจากตาม่องล่าย ตาม่องล่ายก็ไม่ให้ยายรำพึงรู้ 

 

            เมื่อถึงวันนัดหมายขบวนขันหมากของทั้งสองฝ่ายก็ยกเข้ามา โดยที่ทางเจ้ากรุงจีนยกเข้ามาทางด้านใต้ของอ่าวน้อย ส่วนขบวนขันหมากของเจ้า ลายยกเข้ามาทางด้านเหนือของอ่าวน้อย สร้างความตกตะลึงของทุกฝ่าย สองผัวเมียต่างก็ทุ่มเกี่ยวกันอย่างรุนแรง และต่างก็ใช้ข้าวของปาเข้าใส่กัน จนกลายเป็นตำนานของสถานที่ต่าง ๆ สืบมาคือ 

 ยายรำพึงฉวยหมวกใบหนึ่ง ขว้างไปยังตามม่องล่าย แต่ตาม่องลายหลบทันหมวกจึงลอยไปตกบริเวณอ่าวเกาะหลัก หรืออ่าวประจวบ ฯ กลายเป็นเขาล้อมหมวก  ฝ่ายตาม่องล่ายคว้ากระบุงขว้างไปที่ยายรำพึงแต่ไม่ถูก กระบุงเลยตกทะเลลอยไปทางทิศตะวันออก กลายเป็นเกาะกระบุง ในจังหวัดตราด ยายรำพึงเอางอบขว้างไป งอบลอยไปตกกลายเป็น แหลมงอบ ในจังหวัดจันทบุรี ตาม่องล่ายคว้าสากตำข้าวขว้างยายรำพึง สากลอยไปถูกเขาทะลุ กลายเป็นเกาะทะลุ ในอำเภอบางสะพานน้อย ส่วนสากลอยไปตกกลางทะเลกลายเป็น เกาะสาก ในจังหวัดตราด 

 

  บรรดาขันหมากที่ตาม่องล่ายขว้างไปได้กลายเป็นเขาขันหมาก หรือเขาสามร้อยยอด ในกิ่งอำเภอสามร้อยยอด ขนมจีนกลายเป็นสาหร่ายทะเล หมากพลูกลายเป็น หอยมวนพลู กระจกนางยมโดยลอยไปติดบนเขาเป็น เขาช่องกระจก จากกลายเป็นเกาะจาน  ตะเกียบกลายเป็นเขาตะเกียบ  แก้วแหวนเงินทองทับทิม กลายเป็นเปลือกหอยรูปร่างสวยงาม เหมือนเพชรพลอย ทับทิม อยู่ตามชายหาด ปูทอดกลายเป็น ปูหิน ด้วยความเสียใจ ยายรำพึงเดินซมซานไปนอนรำพึง ถึงเคราะห์กรรมของครอบครัวตน จนกลายเป็น เขาแม่รำพึง ในอำเภอบางสะพาน ส่วนตาม่องล่ายหันมาเห็นนางยมโดยซึ่งเป็นต้นเหตุ จึงจับลูกสาวฉีกออกเป็นสองซีก ซีกหนึ่งขว้างไปทางบ้านเจ้าลายทางเหนือ ตกลงกลายเป็นเขานมสาว อยู่บริเวณชายทะเลบ้านบางปู กิ่งอำเภอสามร้อยยอด อีกซีกหนึ่งขว้างไปทางเมืองเจ้ากรุงจีน ทางด้านทิศตะวันออกกลายเป็น เกาะนมสาว ในจังหวัดจันทบุรี เจ้าลายเสียใจจึงเดินทางกลับบ้านและตรอมใจตาย กลายเป็นเขาเจ้าลาย ในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ส่วนตาม่องล่ายเสียใจไปนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่เชิงเขา ริมทะเลจนตายกลายเป็นเขาตาม่องล่าย ที่หมู่บ้านอ่าวน้อย บรรดาชาวประมงในจังหวัดประจวบ ล้วนนับถือตาม่องล่ายจึงได้สร้างศาลไว้ให้


  • ปลิงทะเล (อังกฤษ: sea cucumber) เป็นสัตว์ทะเลที่ไร้กระดูกสันหลังชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในตระกูลเอคไคโนเดิร์ม ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับดาวทะเลและหอยเม่น เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีรูปร่างกลมยาว คล้ายไส้กรอกขนาดใหญ่ ปลายทั้งสองข้างเป็นช่องเปิดของปากและทวาร ผิวหนังส่วนนอกคล้ายเนื้อยืดหยุ่นได้ ภายในผิวหนังมีตุ่มเม็ดหินปูนกระจายอยู่ทั่วไปตามผิวนอกมีติ่งเนื้อเล็ก ๆ คล้ายหนวดสั้น ๆ เรียงอยู่เป็นแถว ทำหน้าที่ช่วยในการหายใจและเคลื่อนไหว ปากของปลิงทะเลอยู่ตอนปลายสุดด้านที่มีหนวดลักษณะคล้ายต้นไม้ล้อมรอบ ทำหน้าที่ในการหาอาหาร โดยใช้หนวดขุดโคลนตมหน้าดินเข้าปากผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร และกากที่เหลือจะถ่ายออกทางช่องก้นซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง ทวารของปลิงทะเลเป็นช่องเล็ก ๆ ทำหน้าที่ในการขับถ่ายของเสีย หายใจ เป็นทางออกของเชื้ออสุจิ ปลิงมีสารพิษ โฮโลทูลิน ซึ่งปล่อยออกทางผิวหนัง ใช้ในการป้องกันอันตรายจากปลาและปู ถ้าหากนำปลิงทะเลไปใส่ในตู้เลี้ยงปลามันจะปล่อยสารพิษดังกล่าวออกมามากจนทำให้ปลาตายได้ ถิ่นอาศัย พบตามพื้นทะเลที่เป็นทรายปนโคลนใน อ่าวไทยและทะเลอันดามัน อาหาร กินอินทรีย์วัตถุตามพื้นดินโคลนและทราย ขนาด มีความยาวประมาณ 30–40 ซม. ประโยชน์ เนื้อปลิงใช้ปรุงอาหารได้

    การแพร่กระจายของปลิงทะเล อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลในระดับความลึก 20-30 เมตร สามารพบได้ในบริเวณหาดทรายปนเลนหรือทรายล้วน ๆ หรือตามบริเวณที่มีกระแสน้ำ ตามเกาะบริเวณปะการัง และสภาพน้ำทั่วไป อุณหภูมิน้ำอยู่ระหว่าง 24-28 องศาเซลเซียส ความเค็มสามารถอยู่ได้ในระดับ 27-35 ppt และสามารถอยู่ได้ในระดับความเค็มต่ำกว่า 10 ppt ถึง 17 ชั่วโมง ซึ่งถ้าอยู่ในระดับความเค็มสูง จะมีความแข็งแรงกว่าความเค็มต่ำ ปลิงทะเลสามารถงอกส่วนที่ขาดได้ภายในระยะเวลา 2 เดือน (chen jia xin, 1990) และปลิงทะเลจะเริ่มลงสู่พื้นในระยะ Perdactula เมื่อมีอายุประมาณ 12 วัน ปลิงทะเลปกติไม่ชอบแสงสว่าง และออกหาอาหารในเวลากลางคืน

  • ดาวทะเล หรือที่เรียกกันติดปากว่า ปลาดาว (อังกฤษ: Starfish, Seastar) เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลัง ที่อยู่ในชั้น Asteroidea[1] ลักษณะทั่วไป มีลำตัวแยกเป็นห้าแฉกคล้ายรูปดาวเรียกว่า แขน ส่วนกลาง มีลักษณะเป็นจานกลม ด้านหลังมีตุ่มหินปูน ขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป มีปากอยู่ด้านล่างบริเวณ จุดกึ่งกลางของ ลำตัว ใต้แขนแต่ละข้างมีหนวดสั้น ๆ เรียงตามส่วนยาว ของแขนเป็นคู่ ๆ มีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อที่เหนียวและแข็งแรงเรียกว่า โปเดีย ใช้สำหรับยึดเกาะกับเคลื่อนที่ มีสีต่าง ๆ ออกไป ทั้ง ขาว, ชมพู, แดง, ดำ, ม่วง หรือน้ำเงิน เป็นต้น พบอยู่ตามชายฝั่งทะเล โขดหิน และบางส่วนอาจพบได้ถึงพื้นทะเลลึก กินหอยสองฝา โดยเฉพาะ หอยนางรม, กุ้ง, ปู หนอน และ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ เช่น ฟองน้ำหรือปะการัง เป็นอาหาร

  • ซีแอนนีโมน หรือ ดอกไม้ทะเล หรือ เห็ดหลุบ (อังกฤษ: Sea Anemone) เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลังหลายชนิดและหลายสกุล ในอันดับ Actiniaria รูปทรงกระบอกยืดหดได้ ด้านหนึ่งเป็นฐานสำหรับยืด ด้านตรงข้ามเป็นช่องปาก มีหนวดมาก ก็เรียก[1] อาศัยอยู่ภายใต้ท้องทะเลและมหาสมุทร มีลักษณะของลำตัวที่มีรูปร่างคล้ายถุง และมีรูเปิดออก 1 รู ดอกไม้ทะเลจะมีอวัยวะที่มีลักษณะคล้ายกับหนวดอยู่รอบ ๆ บริเวณรูเปิดนั้น มีสีสันที่แตกต่างกันเช่น สีแดง สีเขียว สีส้ม เป็นต้น

  • หอยมือเสือมีพฤติกรรมต่างจากหอยจำพวกอื่นตรงที่เปลือกด้านบนจะเปิดออกเพื่อรับแสงแดด จะเรียกเป็นด้านหน้าของหอยมือเสือและจะแผ่ส่วนแมนเทิล ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อออกมารับแสง ซึ่งส่วนเนื้อเยื่อจะมีสาหร่ายจำพวกไดโนแฟลกเจลเลต คือ สาหร่ายซูแซนเทลลี จำนวนมากอาศัยอยู่ในแมนเทิลซึ่งการอยู่ร่วมแบบนี้ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ ซึ่งการอยู่แบบพึ่งพาอาศัย การสังเคราะห์แสงของสาหร่ายโดยสาหร่ายจะใช้ประโยชน์จากคาร์บอนไดออกไซด์และของเสียที่หอยมือเสือปล่อยออกมา หอยมือเสือก็จะได้รับสารอาหารคืนจากที่สาหร่ายผลิตได้บางส่วน ดังนั้นจึงพบเห็นหอยมือเสือจะอาศัยอยู่ในบริเวณที่น้ำใสและมีแสงส่องผ่านไปถึง อีกทั้งการที่หอยมือเสือมีสีสันต่าง ๆ ต่างกันทั้ง สีเขียว, สีน้ำเงิน ก็เป็นผลมาจากสังเคราะห์แสงของสาหร่ายนี้ โดยปกติจะพบหอยมือเสือได้ในระดับความลึกไม่เกิน 20 เมตร ส่วนต่อมาคือ ตรงรอยต่อด้านล่างของฝาหอย เป็นบานพับเปลือก จะมีส่วนที่ลักษณะเป็นช่องสำหรับให้เส้นใยเนื้อเยื่อที่เรียกว่า บิสซัส ยื่นออกมาทำหน้าที่เชื่อมยึดตัวหอยให้เกาะติดกับหินหรือวัสดุใต้น้ำ

  • ปลาการ์ตูนอินเดียน (yellow skunk anemonefish, A. akallopisos)

    ลำตัวมีสีเนื้ออมเหลืองทองอมชมพู มีแถบขาวเล็ก ๆ พาดผ่านบริเวณหลังตั้งแต่ปลายจมูกจนจรดครีบหาง อาศัยในที่ลึกตั้งแต่ 3-25 เมตรขนาด โตที่สุดประมาณ 10-11 เซนติเมตร อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลชนิด Heteractis magnifica และ Stichodactyla mertensii อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่คล้ายปลาการ์ตูนส้มขาว พบได้บ่อยทางฝั่งอันดามัน ส่วนอ่าวไทยพบที่เกาะโลซิน

  • บ้านของปลาการ์ตูนคือดอกไม้ทะเล ดอกไม้ทะเลไม่ใช่พืช  มันเป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งจัดอยู่ในกลุ่มย่อยเดียวกับปะการังแข็ง แต่ดอกไม้ทะเลไม่มีโครงสร้างหินปูนเหมือนอย่างปะการังแข็งจึงทำให้กอดอกไม้ทะเลดูอ่อนนุ่มไหวพริ้วไปตามแรงของกระแสน้ำ  ที่หนวดของดอกไม้ทะเลมีพิษ เมื่อถูกหรือสัมผัสจะมีอาการเจ็บและปวดในจุดที่สัมผัส พิษของดอกไม้ทะเลมีไว้เพื่อจับสัตว์ทะเลเล็กๆ กินเป็นอาหาร เมื่อปลาเล็กๆ สัมผัสกับพิษที่ปลายหนวดของดอกไม้ทะเลจะทำให้เป็นอัมพาตแล้วก็ตาย แต่เจ้าปลาการ์ตูนสามารถอาศัยอยู่ในกอดอกไม้ทะเลได้อย่างปลอดภัยเพราะปลาการ์ตูนมีเมือกพิเศษเคลือบผิวอยู่ทำให้เข็มพิษจากดอกไม้ทะเลไม่เป็นอันตรายมันได้ ดังนั้นปลาการ์ตูนจึงอาศัยกอดอกไม้ทะเลเป็นบ้านเป็นที่หลบภัย ศัตรูของปลาการ์ตูนมีอยู่มากแต่ที่ศัตรูหมายเลขหนึ่งของปลาการ์ตูนคือปลานกแก้วที่จะคอยจับปลาการ์ตูนกินเป็นอาหาร แต่ปลานกแก้วก็ไม่กล้าซุกหน้าเข้าไปในกอดอกไม้ทะเลเพื่องับปลาการ์ตูนเพราะกลัวพิษของดอกไม้ทะเล ดังนั้นเมื่อเวลามีภัยมาถึงเจ้าปลาการ์ตูนก็จะหลบเข้าไปซุกอยู่ใต้กอดอกไม้ทะเล ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าดอกไม้ทะเลคือบ้านของปลาการ์ตูน ที่ใดที่มีดอกไม้ทะเลมากที่นั่นก็จะมีปลาการ์ตูนมากด้วยเช่นกัน หากดอกไม้ทะเลถูกทำลายหรือถูกจับมาขายเพื่อใส่ตู้ปลาก็จะทำให้ปลาการ์ตูนไม่มีที่อยู่เมื่อมันฟักออกจากไข่ก็จะไม่มีที่หลบภัยทำให้ถูกปลาอื่นจับกินหมดเป็นผลทำให้ปลาการ์ตูนลดจำนวนลง
ชื่อไทย: ปลาการ์ตูน
ชื่อสามัญ: Anemonefish
 
ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเลเป็นเสมือนสิ่งที่ควบคู่กันปลาการ์ตูนและดอกไม้ทะเลเป็นส่วนหนึ่งในการเติม สีสรรให้กับท้องทะเลปลาการ์ตูนเป็นปลาที่มีเอกลักษณ์ของมันเองโดยทั่วไปจะประกอบด้วยสีส้ม แดง ดำ เหลือง และจะมีสีขาวพาดกลางลำตัว1-3 แถบ อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นชนิดเดียวกันมีสีแตกต่างกันเล็กน้อยเสมอซึ่งความ แตกต่างนี้ทำให้ มันจำคู่ของมันได้ นอกจากนั้น แหล่งที่อาศัยที่แตกต่างกันทำให้เกิดการแปรผันของสีได้
 
ปลาการ์ตูนส้มขาว (clown anemonefish, A. ocellaris)
 
ลำตัวมีสีส้มเข้ม มีแถบสีขาว 3 แถบ พาดบริเวณส่วนหัว ลำตัวและบริเวณหาง ขอบของแถบสีขาวเป็นสีดำ ขอบนอกของครีบเป็นสีขาวและขอบในเป็นสีดำ อาศัยในที่ลึก ตั้งแต่ 1-15 เมตร ขนาดตัวโตที่สุดประมาณ 10 เซนติเมตร อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลชนิด Heteractis magnifica และ Stichodactyla gigantea เป็นต้น ในดอกไม้ทะเลแต่ละกออาจพบปลาการ์ตูนชนิดนี้อยู่ด้วยกัน 6-8 ตัว ปลาการ์ตูนส้มขาวพบได้บ่อยที่สุดในทะเลอันดามัน อ่าวไทยพบได้ที่เกาะโลซิน จังหวัดนราธิวาส อาศัยอยู่เป็นครอบครัวใหญ่
 
 
ปลาการ์ตูนลายปล้องหางเหลือง (sebae anemonefish, A. sebae)
 
ลำตัวมีสีดำ ส่วนหางมีสีเหลือง มีแถบขาว 2 แถบ แถบแรกพาดอยู่บริเวณหลังตา อีกแถบพาดผ่านท้องขึ้นมายังครีบหลังเป็นชนิดที่หายาก พบเฉพาะฝั่งอันดามันในที่ลึกตั้งแต่ 2-25 เมตร ขนาดโตที่สุดประมาณ 14 เซนติเมตร อยู่กับดอกไม้ทะเลชนิดที่ฝังทรายได้แก่ Stichodactyia haddoni มีสีน้ำตาลหนวดสั้นมักอยู่กันเป็นคู่กับลูกเล็ก ๆ 3-4 ตัว มีนิสัยดุร้ายกับปลาอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว
 
 
ปลาการ์ตูนลายปล้อง (clark's anemonefish, A. clarkii)
 
ลำตัวมีสีดำเข้ม ส่วนหน้าครีบอกและหางมีสีเหลืองทอง มีแถบขาว 3 แถบ ตรงส่วนหัว ลำตัว และโคนหาง ปลาชนิดนี้มีความผันแปรของสีสูง มีไม่ตำกว่า 8 รูปแบบ สีของลูกปลาวัยรุ่นก็ต่างจากปลาเต็มวัย พบทั้งอ่าวไทย และอันดามัน จัดเป็นปลาการ์ตูนใหญ่ที่สุดของเมืองไทยขนาดโตที่สุดประมาณ 15 เซนติเมตร อาศัยอยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเลหลายชนิด บางครั้งเป็นชนิดที่พบตามพื้นทราย ปลาการ์ตูนลายปล้องมีการแพร่กระจายกว้างมากอาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม 3-4 ตัว โดยมีตัวเมีย ซึ่งมีขนาดโตที่สุด เป็นจ่าฝูง ตัวที่มีขนาดรองลงมาจะเป็นตัวผู้
 
 
ปลาการ์ตูนทอง (Premnas biaculeatus : Yellow - striped), ปลาการ์ตูนแดง (Premnas biaculeatus : white - striped)
 
ปลาการ์ตูนแก้มหนาม หรือการ์ตูนทอง หรือการ์ตูนแดง เป็นปลาชนิดเดียวกัน (species) ลำตัวมีสีส้มแดง เมื่ออายุมากขึ้นสีจะแดงมากขึ้นจนเป็นสีแดงเข้มอมดำ ลำตัวมีแถบสีขาวพาดขวางลำตัว 3 แถบ บริเวณหลังตา กลางลำตัว และโคนหาง ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้คือมีหนามแหลมบริเวณใต้ตา ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 16 ซ.ม. พบได้ตามรอบนอกของแนวปะการัง และส่วนที่เป็นแนวปะการังลาดชัน มักอาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลชนิด Entacmaea quadricolor
ในตลาดซื้อขายปลาสวยงามปลาชนิดนี้ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะสี คือ
1. ปลาการ์ตูนทอง ลักษณะคล้ายกับที่กล่าวมาแต่แถบสีขาวที่พาดขวางลำตัวเป็นสีขาวอมเหลืองทอง และสีแดงบริเวณลำตัวจะเข้มกว่าปลาการ์ตูนแดง ปลาการ์ตูนทองเป็นปลาที่มีราคาแพงเป็นลำดับต้น ๆ ในกลุ่มปลาการ์ตูน
2. ปลาการ์ตูนแดง คล้ายกับปลาการ์ตูนทองแต่แถบที่สีขาวที่พาดขวางลำตัวจะเป็นสีขาว ปลาการ์ตูนแดงจะซื้อขายกันในราคาที่ถูกกว่าปลาการ์ตูนทองประมาณ 1 เท่าตัว
 
 
ปลาการ์ตูนอานม้า (saddleback anemonefish, A. polymnus)
 
ลำตัวมีสีน้ำตาลอมดำ มีแถบขาว 2 แถบ แถบแรกอยู่ที่หลังตา อีกแถบเริ่มบริเวณกลางลำตัวเป็นแถบโค้งพาดเฉียงขึ้นไปที่ครีบหลัง ลักษณะคล้ายอานม้า พบในที่ลึก ตั้งแต่ 2-30 เมตร ขนาดโตที่สุดประมาณ 12 เซนติเมตร อยู่กับดอกไม้ทะเลชนิดที่ฝังตัวอยู่ตามพื้นทราย คือ Heteractis crispa และ Stichodactyla haddoni พบเฉพาะในอ่าวไทย
 
 
ปลาการ์ตูนมะเขือเทศ (tomato anemonefish, A. frenatus)
 
ปลาเต็มวัยลำตัวมีสีดำอมแดง ครีบทุกครีบมีสีแดง มีแถบสีขาว 1 แถบ พาดขวางบริเวณหลังตา ปลาการ์ตูนปลาขนาดเล็กจะมีลำตัวและครีบเป็นสีแดง มีแถบขาวพาดขวางลำตัว 3 แถบ บริเวณหลังตา ตอนกลางของลำตัว และโคนหาง ในปลาวัยรุ่นแถบสีขาวที่โคนหางจะหายไปขนาดโตเต็มวัยประมาณ 12 เซนติเมตร อาศัยอยู่ตามลากูน หรือรอบนอกของแนวปะการัง มักอาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลชนิด Entacmaea quadricolor เคยมีรายงานว่าพบได้ในประเทศไทย (Allen, 2000) แต่ปัจจุบันไม่มีใครพบอีก (ธรณ์,2544) ปลาที่ซื้อขายในตลาดประเทศไทยเป็นปลาที่นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย
 
 
ปลาการ์ตูนดำแดง (red saddleback anemonefish, A. frenatus, Brevoort, 1856)
 
ปลาเต็มวัยลำตัวมีสีส้มแดงและมีปื้นสีดำขนาดใหญ่บริเวณหลัง ส่วนปลาวัยรุ่นจะยังไม่มีปื้นสีดำ และจะมีแถบสีขาวพาดขวางลำตัวบริเวณหลังตา ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 12 เซนติเมตร อาศัยตามแนวปะการังชายฝั่งที่เป็นพื้นทราย หรือตามส่วนลาดชันของแนวปะการัง มักอาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลชนิด Entacmaea quadricolor หรือ Heteractis crispa พบทางฝั่งทะเลอันดามัน
 
 
ปลาการ์ตูนอินเดียน (yellow skunk anemonefish, A. akallopisos)
 
ลำตัวมีสีเนื้ออมเหลืองทองอมชมพู มีแถบขาวเล็ก ๆ พาดผ่านบริเวณหลังตั้งแต่ปลายจมูกจนจรดครีบหาง อาศัยในที่ลึกตั้งแต่ 3-25 เมตรขนาด โตที่สุดประมาณ 10-11 เซนติเมตร อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลชนิด Heteractis magnifica และ Stichodactyla mertensii อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่คล้ายปลาการ์ตูนส้มขาว พบได้บ่อยทางฝั่งอันดามัน ส่วนอ่าวไทยพบที่เกาะโลซิน
 
 
ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง (Pink skunk Anemonefish Amphiprion perideraion)
 
ลำตัวมีสีเนื้ออมเหลืองทองอมชมพู มีแถบขาวพาดอยู่บริเวณหลังตา อาศัยในที่ลึกตั้งแต่ 3-25 เมตรขนาด โตที่สุดประมาณ 10-11 เซนติเมตร อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลชนิด Heteractis magnifica และ Stichodactyla mertensii อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ พบเห็นได้ตามแนวปะการังทางฝั่งอ่าวไทย
 
 
ปลาการ์ตูนดำ (Black Color Amphiprion ocellaris)
 
สายพันธุ์ปลาการ์ตูนดำนี้ไม่มีในบ้านเรา แต่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ และมีการเพาะเลี้ยงได้สำเร็จแล้วในเมืองไทยโดยนักเพาะพันธุ์หลาย ๆ ท่าน เพราะเทคนิคการเพาะพันธุ์ก็ไม่แตกต่างอะไรกับปลาการ์ตุนชนิดอื่น ๆ
สรุปก็คือว่า ปลาการ์ตูนส้มขาวกับปลาการ์ตูนดำเป็นปลาชนิดเดียวกัน แต่เป็นคนละสายพันธุ์ คล้าย ๆ กับคนผิวขาวกับคนผิวดำ แต่ก็คนเหมือนกัน
 
 
ปลาการ์ตูนเพอร์คูลา (Percula anemonefish Amphiprion percula)
 
มีลักษณะคล้ายปลาการ์ตูนส้มขาวอย่างมาก ลำตัวสีส้มแต่จะเข้มจัดกว่าปลาการ์ตูนส้มขาว และมีแถบสีขาวพาดผ่านลำตัว 3 แถบ บริเวณหลังตา กลางลำตัว และคอดหาง ระหว่างแถบสีขาวกับสีส้มพื้นลำตัวจะมีสีดำคั่นกว้างกว่าที่พบในปลาการ์ตูนส้มขาว

 ดอกไม้ทะเล

 
 
บ้านของปลาการ์ตูนคือดอกไม้ทะเล ดอกไม้ทะเลไม่ใช่พืช  มันเป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งจัดอยู่ในกลุ่มย่อยเดียวกับปะการังแข็ง แต่ดอกไม้ทะเลไม่มีโครงสร้างหินปูนเหมือนอย่างปะการังแข็งจึงทำให้กอดอกไม้ทะเลดูอ่อนนุ่มไหวพริ้วไปตามแรงของกระแสน้ำ  ที่หนวดของดอกไม้ทะเลมีพิษ เมื่อถูกหรือสัมผัสจะมีอาการเจ็บและปวดในจุดที่สัมผัส พิษของดอกไม้ทะเลมีไว้เพื่อจับสัตว์ทะเลเล็กๆ กินเป็นอาหาร เมื่อปลาเล็กๆ สัมผัสกับพิษที่ปลายหนวดของดอกไม้ทะเลจะทำให้เป็นอัมพาตแล้วก็ตาย แต่เจ้าปลาการ์ตูนสามารถอาศัยอยู่ในกอดอกไม้ทะเลได้อย่างปลอดภัยเพราะปลาการ์ตูนมีเมือกพิเศษเคลือบผิวอยู่ทำให้เข็มพิษจากดอกไม้ทะเลไม่เป็นอันตรายมันได้ ดังนั้นปลาการ์ตูนจึงอาศัยกอดอกไม้ทะเลเป็นบ้านเป็นที่หลบภัย ศัตรูของปลาการ์ตูนมีอยู่มากแต่ที่ศัตรูหมายเลขหนึ่งของปลาการ์ตูนคือปลานกแก้วที่จะคอยจับปลาการ์ตูนกินเป็นอาหาร แต่ปลานกแก้วก็ไม่กล้าซุกหน้าเข้าไปในกอดอกไม้ทะเลเพื่องับปลาการ์ตูนเพราะกลัวพิษของดอกไม้ทะเล ดังนั้นเมื่อเวลามีภัยมาถึงเจ้าปลาการ์ตูนก็จะหลบเข้าไปซุกอยู่ใต้กอดอกไม้ทะเล ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าดอกไม้ทะเลคือบ้านของปลาการ์ตูน ที่ใดที่มีดอกไม้ทะเลมากที่นั่นก็จะมีปลาการ์ตูนมากด้วยเช่นกัน หากดอกไม้ทะเลถูกทำลายหรือถูกจับมาขายเพื่อใส่ตู้ปลาก็จะทำให้ปลาการ์ตูนไม่มีที่อยู่เมื่อมันฟักออกจากไข่ก็จะไม่มีที่หลบภัยทำให้ถูกปลาอื่นจับกินหมดเป็นผลทำให้ปลาการ์ตูนลดจำนวนลง
 
 
ดอกไม้ทะเล
 
 
บ้านของปลาการ์ตูนคือดอกไม้ทะเล ดอกไม้ทะเลไม่ใช่พืช  มันเป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งจัดอยู่ในกลุ่มย่อยเดียวกับปะการังแข็ง แต่ดอกไม้ทะเลไม่มีโครงสร้างหินปูนเหมือนอย่างปะการังแข็งจึงทำให้กอดอกไม้ทะเลดูอ่อนนุ่มไหวพริ้วไปตามแรงของกระแสน้ำ  ที่หนวดของดอกไม้ทะเลมีพิษ เมื่อถูกหรือสัมผัสจะมีอาการเจ็บและปวดในจุดที่สัมผัส พิษของดอกไม้ทะเลมีไว้เพื่อจับสัตว์ทะเลเล็กๆ กินเป็นอาหาร เมื่อปลาเล็กๆ สัมผัสกับพิษที่ปลายหนวดของดอกไม้ทะเลจะทำให้เป็นอัมพาตแล้วก็ตาย แต่เจ้าปลาการ์ตูนสามารถอาศัยอยู่ในกอดอกไม้ทะเลได้อย่างปลอดภัยเพราะปลาการ์ตูนมีเมือกพิเศษเคลือบผิวอยู่ทำให้เข็มพิษจากดอกไม้ทะเลไม่เป็นอันตรายมันได้ ดังนั้นปลาการ์ตูนจึงอาศัยกอดอกไม้ทะเลเป็นบ้านเป็นที่หลบภัย ศัตรูของปลาการ์ตูนมีอยู่มากแต่ที่ศัตรูหมายเลขหนึ่งของปลาการ์ตูนคือปลานกแก้วที่จะคอยจับปลาการ์ตูนกินเป็นอาหาร แต่ปลานกแก้วก็ไม่กล้าซุกหน้าเข้าไปในกอดอกไม้ทะเลเพื่องับปลาการ์ตูนเพราะกลัวพิษของดอกไม้ทะเล ดังนั้นเมื่อเวลามีภัยมาถึงเจ้าปลาการ์ตูนก็จะหลบเข้าไปซุกอยู่ใต้กอดอกไม้ทะเล ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าดอกไม้ทะเลคือบ้านของปลาการ์ตูน ที่ใดที่มีดอกไม้ทะเลมากที่นั่นก็จะมีปลาการ์ตูนมากด้วยเช่นกัน หากดอกไม้ทะเลถูกทำลายหรือถูกจับมาขายเพื่อใส่ตู้ปลาก็จะทำให้ปลาการ์ตูนไม่มีที่อยู่เมื่อมันฟักออกจากไข่ก็จะไม่มีที่หลบภัยทำให้ถูกปลาอื่นจับกินหมดเป็นผลทำให้ปลาการ์ตูนลดจำนวนลง
 
ดอกไม้ทะเลฝั่งอันดามัน บ้านปลาการ์ตูนนีโม
 
ดอกไม้ทะเลฝั่งอันดามัน บ้านปลาการ์ตูนนีโม
 
หนวดดอกไม้ทะเล
 
1. ดอกไม้ทะเลชนิด Heteractis magnifica   เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนส้มขาว, ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง
 
2. ดอกไม้ทะเลชนิด Stichodactyla gigantea   เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนส้มขาว
 
2. ดอกไม้ทะเลชนิด Entacmaea quadricolor     เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนมะเขือเทศ , ปลาการ์ตูนแดง, ปลาการ์ตูนดำแดง
 
3. ดอกไม้ทะลชนิดที่ฝังทรายได้แก่ Stichodactyia haddoni    เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนลายปล้องหางเหลือง
 
4. ดอกไม้ทะเลชนิด Stichodactyla mertensii    เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนปลาการ์ตูนอินเดียน, ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง
 
5.  ดอกไม้ทะเลชนิด   Heteractis crispa      เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนอานม้า, ปลาการ์ตูนดำแดง
 
ดอกไม้ทะเลยามหุบ
ดอกไม้ทะเลเมื่อชูหนวด
บ้านปลาการ์ตูนส้มเหลือง
บ้านปลาการ์ตูนอินเดียนแดง
จุดดำน้ำชมดอกไม้ทะเล กับ ปลาการ์ตูน
ฝั่งอันดามัน บริเวณหาดหน้าที่มีหมายทุ่นสีส้มสำหรับจุดดำน้ำตื้นเป็นจุดที่มีกอดอกไม้ทะเลอยู่อย่างหนาแน่นและมีปลาการ์ตูนส้มเหลืองเยอะสุดๆ และน้ำใสมากๆ และที่สำคัญน้ำตื้นมาก
 
ฝั่งอ่าวไทย  บริเวณเกาะง่ามใหญ่  เป็นจุดที่มีดอกไม้ทะเลขึ้นอย่างหนาแน่นเมื่อมองลงไปเหมือนกับเป็นทุ่งหญ้าใต้น้ำ เป็นจุดที่มีดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนที่เยอะสุดๆ ชนิดที่ว่าไม่เคยพบเคยเห็นจากที่ใดๆ มาก่อนที่ปลาการ์ตูนมากมายขนาดนี้  ปลาการ์ตูนที่นี่เป็นปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ดังภาพบนซ้าย ( ฝั่งอ่าวไทยไม่มีปลาการ์ตูนนีโม 
 
 ดอกไม้ทะเลฝั่งอันดามัน บ้านปลาการ์ตูนนีโม
 
ดอกไม้ทะเลฝั่งอันดามัน บ้านปลาการ์ตูนนีโม
 
หนวดดอกไม้ทะเล
 
1. ดอกไม้ทะเลชนิด Heteractis magnifica   เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนส้มขาว, ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง
 
2. ดอกไม้ทะเลชนิด Stichodactyla gigantea   เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนส้มขาว
 
2. ดอกไม้ทะเลชนิด Entacmaea quadricolor     เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนมะเขือเทศ , ปลาการ์ตูนแดง, ปลาการ์ตูนดำแดง
 
3. ดอกไม้ทะลชนิดที่ฝังทรายได้แก่ Stichodactyia haddoni    เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนลายปล้องหางเหลือง
 
4. ดอกไม้ทะเลชนิด Stichodactyla mertensii    เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนปลาการ์ตูนอินเดียน, ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง
 
5.  ดอกไม้ทะเลชนิด   Heteractis crispa      เป็นที่อยู่ของปลาการ์ตูนอานม้า, ปลาการ์ตูนดำแดง
 
ดอกไม้ทะเลยามหุบ
ดอกไม้ทะเลเมื่อชูหนวด
บ้านปลาการ์ตูนส้มเหลือง
บ้านปลาการ์ตูนอินเดียนแดง
จุดดำน้ำชมดอกไม้ทะเล กับ ปลาการ์ตูน
ฝั่งอันดามัน บริเวณหาดหน้าที่มีหมายทุ่นสีส้มสำหรับจุดดำน้ำตื้นเป็นจุดที่มีกอดอกไม้ทะเลอยู่อย่างหนาแน่นและมีปลาการ์ตูนส้มเหลืองเยอะสุดๆ และน้ำใสมากๆ และที่สำคัญน้ำตื้นมาก
 
ฝั่งอ่าวไทย  บริเวณเกาะง่ามใหญ่  เป็นจุดที่มีดอกไม้ทะเลขึ้นอย่างหนาแน่นเมื่อมองลงไปเหมือนกับเป็นทุ่งหญ้าใต้น้ำ เป็นจุดที่มีดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนที่เยอะสุดๆ ชนิดที่ว่าไม่เคยพบเคยเห็นจากที่ใดๆ มาก่อนที่ปลาการ์ตูนมากมายขนาดนี้  ปลาการ์ตูนที่นี่เป็นปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ดังภาพบนซ้าย ( ฝั่งอ่าวไทยไม่มีปลาการ์ตูนนีโม 
 
 

KOH TALU TOUR BANGSAPHAN ที่พัก ราคาถูก บางสะพาน บางสะพานน้อย บางเบิด ปะทิว 098-0641749

นอนฟังเสียงคลื่น... ปลดปล่อยอารมณ์... ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่...จันทิมารีสอร์ท ชายทะเลบางเบิด ธรรมชาติที่คุณสัมผัสได้
บริการที่พัก และเรือนำเที่ยวเกาะทะลุ เกาะสิงห์ ดำน้ำตื้น ดูปะการังเเละปลาสวยงาม ราคา 350 บาท รวมอาหารกล่อง น้ำดื่ม ขึ้นเรือที่หาดบางเบิด จ้นทิมารีสอร์ท มีบริการ ตกปลา ตกปลาหมึก ราคาเหมาลำ หรือคิดเป็นรายหัว ราคากันเอง 
อิสระส่วนตัวด้วยบรรยากาศติดทะเล เพียง 400 กิโลเมตรจากกรุงเทพสู่หาดบางเบิด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่านจะได้พบกับโลกส่วนตัวที่แสนสงบ ร่มรื่น และสัมผัสกับธรรมชาติทางทะเลอันแสนงดงามฝั่งอ่าวไทย หลีกหนีความวุ่นวายมาอยู่ท่ามกลางท้องทะเลใสๆ
 
จันทิมารีสอร์ท / www.chanthimaresort.com 2/48 ม.5 ต.ปากคลอง อ.ปะทิวจ.ชุมพร 92170 
Hotline -  08-1006-8001
Mobile -  08-5292-1866 , 098-064-1749
Tel - 032-817290  
Fax 032-817250E-mail:chanthimaresort@hotmail.com
สำรองที่พักและโปรแกรมเที่ยวล่วงหน้า โอนเงินมัดจำจองโปรแกรมล่วงหน้า 30%
เข้าบัญชี คุณจันทิมา แก้วเทียมทอง ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางสะพาน เลขที่บัญชี 592-0-09100-5
Visitors: 1,639,564