ตกหมึก ปลาหมึก หาดบางเบิด บางสะพานน้อย

กิจกรรม ตกหมึก ตกปลา หาดบางเบิด

วีธีการไดหมึก โดยใช้เครื่องปั่นไฟ 220 โวลต์

เป็นวิธีการจับปลาหมึกที่สืบทอดต่อกันมาจากการสังเกตุพฤติกรรมของหมึกกับวิทยาการสมัยใหม่นำมาดัดแปลงเครื่องมือเครื่องใช้คล้ายกับธรรมชาติสามารถยึดเป็นอาชีพเพื่อเลี้ยงชีวิตได้โดยใช้เรือขนาดปานกลางใช้ไม้ไผ่ยาวประมาณ  3  เมตร  มาติดกับคานบนของเรือทำเป็นแขนยื่นออกไปทางด้านข้างของเรือข้าง ละ 3-4 อัน แขนที่ยื่นออกไปทุกอัน  ติดหลอดไฟ 10 หลอด  เมื่อได้เวลาก็นำเรือออกไปจอดห่างจากฝั่งในบริเวณที่หมึกชุม พอถึงเวลาโพล้เพล้ของเปิดไปให้เหลือเพียงอันเดียว  เว้นระยะเวลาพอประมาณก็เปิดไฟดวงที่ 2 ทำอย่างนี้่จนครบทุกอัน คะเนว่าปลาหมึกมาเล่นไฟมากพอก็ทยอยปิดไฟทีละดวงจนเหลืออันสุดท้ายก็ปล่อยอวนบริเวณชายอวนหรือที่เรียกกันว่าตีนอวนที่ติดไว้ด้วยตะกั่วครอบฝูงปลาหมึกมาเล่นไฟ เมื่อตะกั่วจมลึกดีแล้วก็ก็รวบเข้าหากัน คล้ายกับลวบปากถุงแล้วจึงใช้ลอกดึงถุงหมึก   นำขึ้นมาบนเรือ

หมึกมีกี่ชนิดประเภท ในทะเล

   หมึกกล้วย

  ลักษณะทั่วรูปร่างยาวเรียว  ลำตัวกลม  ครีบเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่ด้านท้าย  ครีบเป็นด้านซ้ายและขวาเชื่อมต่อกันด้านหลังมีหนวดสั้น 4 คู่  และยาว 1 คู่  หนวดสั้นอันที่4 ด้านซ้ายของเพศผู้  ปุ่มดูดที่อยู่บนหนวด  เปลี่ยนรูปเป็นขนสั้น ๆ เพื่อใช้ในการผสมพันธุ์นัยน์ตามีขนาดใหญ่  ในปากมีฟันเขี้ยวคล้ายปากนกแก้ว  ในลำตัวมีกระดองใสเหมือนแผ่นพลาสติก  รูปร่างคล้ายขนนกหนึ่งอัน

      หมึกหอม

  หมึกหอมมีลำตัวเป็นทรงกระบอก  ความยาวประมาณ 26 เซ็นติเมตร ตัวผู้มีขนาดยาวกว่าตัวเมีย  ครีบหรือแพนข้างตัวทั้งสองข้าง   มีลักษณะกว้างและแบนยาวเกือบตลอดลำตัว  กระดองของหมึกหอมเป็นแผ่นใสเห็นเส้นกลางกระดอง  หนวดรอบปากมี 10 เส้น เป็นแขน 8 เส้น  มีหนวดคู่ยาว 2 เส้น  ที่ลำตัวมีจุดสีน้ำตาลอมแดงกระจายอยู่ทั่วไป  นัยน์ตาทีสีเขียว ชอบรวมกลุ่มเป็นฝูง กินสิ่งมีชีวิตและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ที่มีขนาดเล็กเป็นอาหาร  ออกหากินในเวลากลางคืทนโดยสามารถกินอาหารได้ถึง30%ของน้ำหนักตัว พบได้ในเขตร้อนของมหาสมุครแฟซิฟิกและมหาสมุครอินเดีย อาศัยอยู่ตั้งแต่ผิวน้ำจนถึงผิวหน้าดิน  นิยมบริโภคเป็นอาหารด้วยการปรุงสด  เนื่องจากหากินในเวลากลางคืน  ชาวประมงจึงจับในเวลากลางคืน โดยใช้แสงไฟนีออนล่อหมึก  หมึกหอมสามารถสืบพันธุ์วางไข่ได้ตลอดทั้งปี  โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง คือ ระหว่างปลายเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์  พฤษภาคมถึงต้นเดือนกรกฎาคม และปลายเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม สามารถสืบพันธุ์วางไข่ได้เมื่อมีอายุ 3-4 เดือน เมื่อตัวเมียสืบพันธุ์ได้ 1 สัปดาห์ ก็จะไปวางไข่ติดกับวัสดุใต้น้ำ โดยที่เพศผู้ว่ายน้ำอยู่ใกล้ ๆ คอยดูแลไข่ ไข่ของหมึกหอมมีลักษณะคล้ายฝักมะขาม ติดกันเป็นพวง

     หมึกกระดอง

    หมึกกระดองเป็นสัตว์ทะเลเป็นสัตว์น้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ที่มีวิวัฒนาการมากสุดในกลุ่มสัตว์ประเภทหอย อาศัยอยู่ในทะเลทั้งหมดซึ่งมีความยาวประมาณ  15-25 เซนติเมตร สามารถว่ายน้ำได้รวดเร็วได้ชื่อว่าเป็นสัตวืที่มีเท้าอยู่บนหัว เราเรียกเท้าที่อยู่บนหัวมันว่า "หนวด" หมึกกระดองมีลำตัวเป็นถุงรูปไข่ มีแผ่นกล้ามเนื่อคลุมลำตัวอยู่เกือบทั้งหมด ก็คือ ครีบ เป็นอวัยวะที่ใช้ในการพยุงตัว ทำให้สามารถเคลื่อนไหวในน้ำได้อย่างรวดเร็ว  ส่วนของลำตัวเป็นกล้ามเนื้อมีลักษณะเป็นแผ่นหุ้มห่ออวัยวะภายในไว้เมื่อมีกระดองรูปคล้ายใบหอกที่เรียกว่า ลิ้นทะเล เป็นส่วนประกอบของหินปูน ทำหน้าที่เป็นโครงกระดูกค้ำจุนร่างกายให้ทรงรูปร่างอยู่ได้  หัวมีขนาดใหญ่ มีหนวดสั้น 4 คู่ และ หนวดยาว 1 คู่ ปลายของหนวดแต่ละเส้นมีอวัยวะดูดใช้ในการจับอาหาร ปากมีลักษณะเป็นช่องมีเขี้ยว 2 อัน ประกอบกัน คล้ายปากนกแก้วสำหรับคาบอาหาร  ปากของหมึกทะเลอยู่บนหัวและวล้อมด้วยหนวด10เส้น  ระหว่างหัวและลำตัวมีช่องให้น้ำไหลผ่านเข้าสู่ตัว และน้ำจะไหลออกทางท่อพ่นน้ำ มีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อที่ยึดติดอยู่กับส่วนคอ  ภายในท่อมีลิ้นปิด - เปิด เพื่อควบคุมปริมาณน้ำที่ปล่อยออกมา  ปลายท่อหันเหไปตามทิศทางที่ต้องการได้ นอกจากนี้ท่อพ่นน้ำของหมึกยังเป็นท่อขับถ่ายของเสียซึ่งปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำใช้มนการกำบังตัวให้พ้นจากอันตรายที่จะเกิดจากศัตรู  

อุปกรณ์ไดหมึก

อุปกรณ์ไดหมึก อุปกรณ์ที่ใช้ในการตกหมึก  เรียกว่า "โยธะกา" มีลักษณะเป็นเบ็ตที่มีตะขอรอบด้านเป็นซี่ ผูกติดกับสายเอ็น มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

และอุปกรณ์ที่สำคัญในการตดหมึกเวลาค่ำ ๆ ก็  หลอดไฟ จากหลอดไฟนีออนหลาย ๆ ดวงที่ติดกับเสา(แขน)  เรือที่กางออกด้านข้าง เพื่อเปิดส่องแสงล่อพวกปลาหมึกให้มารวมตัวกัน  แสงไฟจะช่วยล่อเหล่าบรรดาปลาเล็ก ปลาน้อยให้เข้ามาว่ายอยู่บริเวณใกล้ ๆ หรือพูดง่าย ๆ ก็ คือ ให้ปลามาเล่นไฟ  หลังจากนั้นพวกปลาหมึกก็จะมาลุมกินปลาเล้กปลาน้อยเหล่านั้น  ปลาหมึกจะมาเล่นไฟเป็นคู่บ้าง  เป็นฝูงบ้าง  เมื่อฝูงหมึกมาเล่นไฟนับร้อยตัว  ก้ใช้อวนดึงเข้ามา  ไม่ก็เอาเย็ตตกได้ตกเอาเลย

 

       

หมึก (อังกฤษ: Squid, Cuttlefish, Octopus) หรือที่นิยมเรียกกันในภาษาพูดว่า ปลาหมึก เป็นสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ที่มีขนาดใหญ่ เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว และว่องไว มีหนวดรอบปาก 4-5 คู่ บนหนวดมีปุ่มดูดเรียงเป็นแถว มีหน้าที่จับเหยื่อป้อนเข้าปาก
 
เป็นสัตว์ที่มีอยู่ในไฟลัมมอลลัสกา ชั้นเซฟาโลพอดซึ่งเป็นชั้นของสัตว์ที่มีลำตัวอ่อนนิ่ม ชั้นย่อย Coleoidea ต่างจากกลุ่มสัตว์ที่ใกล้เคียงกันคือ Nautiloidea ซึ่งมีเปลือกแข็งห่อหุ้มภายนอกร่างกาย แต่หมึกส่วนใหญ่กลับมีกระดูกหรือเปลือกอยู่ภายในเพื่อใช้ประโยชน์ในการเป็นทุ่นหรือพยุงร่างกาย ซึ่งเรียกว่า ลิ้นทะเล ยังมีบางชนิดที่ไม่มีกระดูก แต่มีกระดูกอ่อนทดแทนเพื่อใช้ในการพยุงโครงสร้างร่างกาย
 
คำว่า Cephalopoda ซึ่งเป็นชื่อชั้นที่ใช้เรียกหมึก มาจากภาษากรีกแปลรวมกันว่า "สัตว์หัว-เท้า" (head-footed animals) เนื่องจากหมึกเป็นสัตว์ที่ไม่มีแขนขา เพียงแต่มีระยางค์ยื่นออกจากจากรอบ ๆ บริเวณปากเรียกว่า หนวด เท่านั้นเอง
 
หมึกวิวัฒนาการมาจากมอลลัสกา ในปลายยุคแคมเบรียน หรือราว 500 ล้านปีก่อน แต่กระนั้นหมึกและหอยในยุคปัจจุบันนี้ ก็ยังมีระบบทางร่างกายหลายอย่างเหมือนกัน กล่าวคือ ระบบทางเดินอาหาร, ปาก, ฟัน และกล้ามเนื้อแบบแมนเทิล
 
ปัจจุบัน ได้มีการค้นพบหมึกแล้วว่า 1,000 ชนิด ชนิดที่ใหญ่ที่สุด คือ หมึกมหึมา (Mesonychoteuthis hamiltoni) ซึ่งเป็นหมึกในอันดับหมึกกล้วย อาศัยอยู่ในห้วงน้ำลึกของมหาสมุทรแอตแลนติก อาจยาวได้ถึง 14 เมตร นับเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย และเล็กที่สุดมีขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตรด้วยซ้ำ เช่น หมึกในวงศ์ Idiosepiidae เป็นต้น
 
หมึกมีความสำคัญต่อมนุษย์ในแง่ของการใช้เป็นอาหารมาช้านาน ในแทบทุกวัฒนธรรม หมึกถือเป็นสัตว์ทะเลที่ใช้ปรุงเป็นอาหาร ซึ่งสามารถปรุงสุดได้ทั้งสดและตากแห้ง เช่น ในอาหารไทย เช่น หมึกผัดกะเพรา หรือ หมึกย่าง เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังใช้ทำเป็นอาหารสัตว์ โดยเฉพาะลิ้นทะเล ซึ่งมีแคลเซียมเป็นจำนวนมาก จึงนิยมให้นกหรือสัตว์ปีกกินเพื่อเพิ่มแคลเซียมในร่างกาย
 
นอกจากนี้แล้ว หมึกยังมักถูกอ้างอิงถึงในวรรณกรรมประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะหมึกยักษ์หรือหมึกที่มีขนาดใหญ่ เช่น โจมตีใส่เรือดำน้ำนอติลุสของกัปตันนีโม ในนวนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Twenty Thousand Leagues Under the Sea เป็นต้น[1]
 
สำหรับหมึกที่พบในน่านน้ำไทย ได้แก่ หมึกกระดองลายเสือ (Sepia pharaonis), หมึกกล้วย (Photololigo duvauceli), หมึกหอม (Sepioteuthis lessoniana), หมึกสายราชา (Octopus rex) เป็นต้น

  • หมึกกล้วย (อังกฤษ: Squid) เป็นมอลลัสคาประเภทหมึกอันดับหนึ่ง ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Teuthida

    หมึกกล้วย นับเป็นหมึกที่มนุษย์คุ้นเคยมากที่สุด เป็นที่รู้จักมากที่สุด หมึกกล้วยมีรูปร่างเรียวยาว ลำตัวกลม มีระยางค์เหมือนครีบเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่ทางด้านซ้ายและขวา มีหนวดทั้งหมด 10 หนวด และจะมีอยู่คู่หนึ่งที่ยาวกว่าหนวดอื่น ๆ ใช้สำหรับหยิบจับอาหาร เรียกว่าเป็นหนวดล่าเหยื่อ หรือหนวดจับ โดยหนวดอื่น ๆ นั้นจะใช้สำหรับช่วยเพื่อไม่ให้อาหารหลุดไป ก่อนที่จะกัดกินเข้าปาก[3]

    หมึกกล้วย เป็นหมึกที่มีรูปร่างเพรียวยาว ภายในลำตัวมีแคลเซียมแข็งลักษณะโปร่งใส เรียกว่า เพน (Pen) ที่มีขนาดเล็กและบางกว่าลิ้นทะเลที่เป็นแคลเซียมแข็งเช่นเดียวกันในกลุ่มหมึกกระดอง[4][3]

    หมึกกล้วย เป็นหมึกที่มีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ มักว่ายและหากินอยู่บริเวณกลางน้ำ จับสัตว์น้ำทั่วไปกินเป็นอาหาร แม้กระทั่งหมึกพวกเดียวกันเองก็ตาม การว่ายน้ำของหมึกกล้วยเป็นไปอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว เนื่องจากมีท่อสำหรับดูดน้ำทะเลที่มีออกซิเจนเข้าไปใช้ในการหายใจ และใช้พ่นน้ำออกมาโดยใช้หลักการเดียวกับเครื่องยนต์เจ็ท ซึ่งหากหมึกกล้วยพ่นน้ำออกจากท่อนี้ด้วยความแรง ก็สามารถจะเป็นแรงผลักดันในการเคลื่อนที่ให้ลำตัวพุ่งไปในทางตรงกันข้ามได้อย่างรวดเร็ว[5]

    หมึกกล้วย เป็นสัตว์ที่เปลี่ยนสีลำตัวได้อย่างรวดเร็วมาก โดยใช้การบีบรัดของเม็ดสี ตั้งแต่สีแดง, น้ำเงิน และเขียว โดยทั่วไปแล้ว หมึกกล้วยเมื่ออยู่ในทะเลจะมีลำตัวสีน้ำเงินเพื่อให้กลมกลืนไปกับสภาพของน้ำทะเล แต่เมื่อถูกจับขึ้นมาแล้วหรือขึ้นมาใกล้ ๆ กับผิวน้ำ จะเปลี่ยนสีตัวเองเป็นสีแดงเข้ม อันเนื่องจากในท้องทะเล สเปคตรัมจากแสงอาทิตย์เมื่อผ่านทะลุไปยังท้องทะเล แสงสีแดงจะเป็นสีแรกที่ถูกดูดกลืนหายไป ดังนั้นด้วยทัศนวิสัยการมองเห็นรวมทั้งสายตาของมนุษย์ด้วย จึงจะเห็นสภาพทั่วไปของท้องทะเลเป็นสีน้ำเงินคราม หรือสีม่วงเข้ม เมื่อหมึกสายถูกนำตัวขึ้นมาใกล้ผิวน้ำ การมองเห็นของตัวหมึกจะเห็นเป็นสีแดง จึงเปลี่ยนสีลำตัวเป็นสีแดงเพื่อการพรางตัว[3]

    หมึกกล้วย ใช้วิธีการป้องกันด้วยการพ่นหมึก ซึ่งเป็นของเหลวสีดำคล้ำซึ่งประกอบด้วยเมลามีนและสารเคมีประเภทอื่น ใช้สำหรับการหลบหนี โดยการพ่นหมึกของหมึกกล้วยนั้น ส่วนมากจะใช้วิธีการพ่นแบบกลุ่มก้อนหมึกให้เป็นกลุ่มใหญ่ และตัวหมึกจะซ่อนตัวอยู่ในนั้น อันเนื่องจากหมึกกล้วยเป็นหมึกที่ว่ายอยู่ในระดับกลางน้ำรวมถึงสรีระที่มีแกนแข็งอยู่ภายใน จึงไม่สามารถหาที่หลบซ่อนหรือเข้าไปซ่อนในที่กำบังต่าง ๆ ได้เหมือนอย่างหมึกสาย[3]

    นอกจากนี้แล้ว หมึกกล้วย ยังเป็นสัตว์ที่ไม่มีประสาทรับรู้ความเจ็บปวด ดังนั้นแม้จะถูกตะขอของชาวประมงเกี่ยวขึ้นมาก็ไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวด หากไม่ไปถูกอวัยวะสำคัญแล้ว เมื่อหมึกกล้วยสามารถหลุดออกมาหรือถูกปล่อยลงน้ำ ก็สามารถว่ายต่อไปได้อีกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หมึกกล้วยมีพฤติกรรมการผสมพันธุ์ที่ไม่เหมือนกับสัตว์ชนิดอื่นใด เมื่อจับคู่ผสมพันธุ์กันแล้วจะไม่สนใจสิ่งใด ๆ เลย แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอันตรายต่อตนเองก็ตาม ตัวผู้จะจ้องดูตัวเมียแล้วพุ่งตัวเข้ากอดรัดโดยใช้หนวดมัดจนตัวเมียดิ้นไม่หลุด ขณะเดียวกันสีผิวของตัวผู้จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มแล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงจากนั้นตัวผู้ก็จะปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปในตัวเมีย หลังจากนั้นตัวผู้และตัวเมียก็แยกย้ายจากกันโดยอาจไม่มีโอกาสมาพบกันอีกเลย ส่วนตัวเมียก็จะเริ่มวางไข่ ตามก้อนหินไข่ที่วางไว้มีลักษณะเป็นวุ้นเหนียวแข็งห่อหุ้มไข่ไว้ ตัวเมียวางไข่ครั้งละประมาณ 1,500 ฟอง และจะปล่อยให้ลูกหมึกฟักออกมาเป็นตัวตามธรรมชาติโดยไม่ได้ดูแล หลังจากวางไข่แล้วหมึกตัวเมียจะมีสภาพร่างกายที่อ่อนเพลียและจะล้มตายลง ซึ่งในบางครั้งจะตายลงพร้อม ๆ กันเป็นจำนวนมาก จนเสมือนเป็นสุสานของหมึกกล้วยใต้ทะเล[6]

  • หมึกหอม หรือ หมึกตะเภา (อังกฤษ: Bigfin reef squid, Soft cuttlefish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Sepioteuthis lessoniana) หมึกหอมหรือหมึกตะเภา แม้จะได้ชื่อในภาษาอังกฤษว่า Cuttlefish ซึ่งหมายถึง หมึกกระดอง แต่แท้ที่จริงแล้ว หมึกหอมเป็นหมึกในอันดับหมึกกล้วย มีลำตัวทรงกระบอก มีขนาดความยาวประมาณ 26 เซนติเมตร ตัวผู้มีขนาดเรียวยาวกว่าตัวเมีย ครีบหรือแพนข้างตัวทั้ง 2 ด้าน มีลักษณะกว้างและแบนยาวเกือบตลอดลำตัวคล้ายหมึกในอันดับหมึกกระดอง กระดองของหมึกหอมจะเป็นแผ่นใส เห็นเส้นกลางกระดอง หนวดรอบปากมี 10 เส้น เป็นแขน 8 เส้น มีหนวดคู่ยาว 2 เส้น ที่ลำตัวมีจุดสีน้ำตาลอมแดงกระจายอยู่ทั่วไป นัยน์ตามีสีเขียว ชอบรวมกลุ่มอยู่เป็นฝูง กินสิ่งมีชีวิตและสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็กเป็นอาหาร ออกหากินในเวลากลางคืน โดยสามารถกินอาหารได้มากถึง 30 เปอร์เซนต์ของน้ำหนักตัว[1]

    พบได้ทั่วไปในเขตร้อนของมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย อาศัยอยู่ตั้งแต่ผิวน้ำจนถึงหน้าดิน นิยมบริโภคเป็นอาหาร โดยการปรุงสด เนื่องจากหากินในเวลากลางคืน ชาวประมงจึงมักจับในเวลากลางคืน โดยใช้แสงไฟจากนีออนล่อ หมึกหอมสามารถสืบพันธุ์วางไข่ได้ตลอดทั้งปี โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง คือ ระหว่างปลายเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ พฤษภาคมถึงต้นเดือนกรกฎาคม และปลายเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม โดยสามารถสืบพันธุ์วางไข่ได้เมื่อมีอายุ 3-4 เดือน หลังจากการผสมพันธุ์ 1 สัปดาห์ ตัวเมียจะวางไข่ติดกับวัสดุใต้น้ำ โดยที่เพศผู้คอยว่ายน้ำ ดูแลอยู่ใกล้ ๆ ไข่ของหมึกหอมมีลักษณะคล้ายฝักมะขาม ติดกันเป็นพวง มีความดกของไข่เฉลี่ย 486-2,186 ฟอง ใช้ระยะเวลา ในการฟัก 2-3 สัปดาห์ มีความยาวลำตัวแรกฟัก 0.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 0.1-0.3 กรัม รูปร่างคล้ายกับหมึกตัวเต็มวัย

  • หมึกกระดอง นั้นมีรูปร่างคล้ายกับหมึกกล้วย แต่มีรูปร่างที่กลมป้อมกว่า อันเป็นสิ่งที่แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัดเจน ภายในโครงร่างภายในเป็นแผ่นหินปูนรูปกระสวยสอดอยู่กลางหลังเรียกว่า ลิ้นทะเล แผ่นหินปูนนี้มีช่องว่าง ภายในมีของเหลวและแก๊สบรรจุอยู่ ช่วยในการลอยตัวได้เป็นอย่างดี มีหนวดทั้งสิ้น 10 หนวดเหมือนกับหมึกกล้วย มีหนวดยาว 2 เส้นใช้สำหรับจับเหยื่อเช่นเดียวกับหมึกกล้วย แต่ปลายหนวดไม่ได้แผ่แบนออกกว้าง [3] และสามารถหดเข้าไปในกระเปาะได้[4]

    โดยมากแล้ว หมึกกระดอง จะเป็นหมึกที่อาศัยอยู่เป็นคู่หรือตามลำพังตัวเดียว ไม่ได้อยู่รวมเป็นฝูงใหญ่เหมือนหมึกกล้วย และจะอาศัยอยู่ตามโพรงหินใต้น้ำใกล้กับพื้นน้ำ ว่ายน้ำด้วยการลอยตัวแล้วใช้แผ่นบางใสเหมือนครีบข้างลำตัวพลิ้วไปมา ผิดกับหมึกจำพวกอื่น ซึ่งครีบนี้จะไม่เชื่อมต่อกับตอนท้ายของลำตัว และมักเป็นหมึกที่ไม่เกรงกลัวมนุษย์ จึงเป็นที่ชื่นชอบของนักประดาน้ำและนักถ่ายภาพใต้น้ำ[5] รวมถึงบางครั้งจะนอนหรือฝังตัวอยู่ใต้ทรายหรือกรวดตามหน้าดินด้วย

    หมึกกระดอง สามารถเปลี่ยนสีได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับหมึกจำพวกอื่น แต่การเปลี่ยนสีของหมึกกระดองจะต่างไปจากหมึกกล้วย คือ มักจะปรับสีสันบนลำตัวให้มีสีสันและลวดลายกลมกลืนเป็นสีน้ำตาลเข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่อาศัยอยู่ ในขณะเดียวกันสีสันบนลำตัวก็สามารถจะปรับเปลี่ยนไปตามอารมณ์ความรู้สึก เช่น ตอนที่กำลังเกี้ยวพาราสีกัน ก็จะปรับเปลี่ยนสีสันบนลำตัวไปตามอารมณ์ด้วย[5]

    หมึกกระดองโดยทั่วไปจะมีขนาดประมาณ 15-25 เซนติเมตร (5.9-9.8 นิ้ว) โดยชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ หมึกกระดองยักษ์ออสเตรเลีย มีความยาวลำตัวได้ถึง 50 เซนติเมตร (20 นิ้ว) และมีน้ำหนักมากกว่า 10.5 กิโลกรัม (23 นิ้ว)

  • หมึกสาย จะมีความแตกต่างไปจากหมึกกล้วยหรือหมึกกระดองอย่างเห็นได้ชัด โดยที่หมึกสายจะมีส่วนหัวที่กลมยาวคล้ายลูกโป่ง หนวดมีทั้งหมด 8 เส้น และไม่มีหนวดเส้นยาว 2 เส้นสำหรับจับเหยื่อแบบหมึกกล้วย ไม่มีครีบข้างลำตัว แต่จะมีพังผืดเชื่อมต่อกันระหว่างหนวดแต่ละเส้น ในโครงสร้างของหมึกสายจะไม่มีแคลเซียมแข็งเป็นแกนกลางลำตัวเหมือนหมึกกล้วยหรือหมึกกระดอง ซึ่งทำให้ร่างกายของหมึกสายนั้นยืดหยุ่นตัวได้สูง หมึกสายจึงสามารถคืบคลานไปตามท้องทะเลได้อย่างคล่องแคล่ว[7]

    ในธรรมชาติหมึกสายเป็นหมึกที่อาศัยอยู่ตามลำพังไม่เป็นฝูงเหมือนหมึกกล้วยหรือเป็นคู่เหมือนหมึกกระดอง โดยหลบซ่อนตัวอยู่ตามรูหรือโพรงใต้น้ำ นอกจากนี้แล้ว ร่างกายของหมึกสายนั้นสามารถรอดรูเล็ก ๆ ที่มีความกว้างเพียงไม่กี่เซนติเมตรได้ จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าหมึกสายสามารถรอดรูเล็ก ๆ ได้ ด้วยการใช้หนวดวัดขนาดความกว้างของรูก่อน ก่อนที่จะใช้หนวดทั้งหมดค่อย ๆ มุดรอดไป และส่วนหัวจะเป็นส่วนสุดท้ายที่จะมุดรอดออกมา แต่หมึกสายก็ไม่สามารถที่จะมุดรอดรูที่มีความกว้างเพียง 1.5 นิ้วได้ ซึ่งเป็นความกว้างที่น้อยกว่าความกว้างระหว่างดวงตาทั้งคู่ของหมึกสาย ที่จะมีกระดูกชิ้นเล็ก ๆ ระหว่างนั้น อีกทั้งหมึกสายยังสามารถที่จะคืบคลานไปมาบนบกได้ โดยอยู่ได้โดยปราศจากน้ำได้นานถึง 1 ชั่วโมง[8]

    หมึกสาย มีหัวใจทั้งหมด 3 ดวง และมีสมองแยกออกจากกันอยู่ในโคนหนวดแต่ละหนวดถึง 9 สมอง หนวดของหมึกสายนั้นมีประสาทสัมผัสและปุ่มดูดเรียงตัวกัน 1-2 แถว ประกอบด้วยกล้ามเนื้อเป็นจำนวนมาก ในตัวผู้เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์จะเปลี่ยนไปเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเกิดเป็นลิ้นนำถุงน้ำเชื้อเข้าไปผสมกับไข่ของตัวเมีย ซึ่งหนวดเส้นนี้ของตัวผู้ในตอนปลายจะไม่มีปุ่มดูด อันเป็นลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเพศของหมึกสาย

    ค่าบริการ ตกหมึก พร้อม อุปกรณ์ทุกชนิด

   - โยระกา

   - ชูชีพ

  - ประกันภัยทางทะเล

  - อาหารว่าง น้ำดี่ม ผลไม้ ค่าเรือไปกลับ ตกหมึก 

   ค่าบริการท่านละ 400 บาท 
   กรณีจำนวนคนตกหมึกมากกว่า20 ท่าน คิดท่านละ 350 บาท

 

เกาะทะลุทัวร์ ให้บริการเรือนำเที่ยวตกปลา ไดหมึก บริเวณในพื้นที่อ่าวบางเบิด อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีเรือนำเที่ยวตกปลามาตรฐาน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งการตกปลาและมีไฟสำหรับเปิดล่อปลาหมึกสำหรับท่านที่นิยมการตกปลาหมึก โดยจะนำท่านไปตกปลาบริเวณกองประการังเทียมห่างจากฝั่งประมาณ 3 ไมล์ทะเล ท่านมามารถตกปลาและปลาหมึกได้ทั้งการใช้คันเบ็ดฝรั่งและเบ็ดมือซึ่งจะได้บรรยากาศชาวประมงแท้ๆ

เรารับจัดนำเที่ยวตกปลาและตกหมึกทั้งแบบเป็นหมู่คณะ 10 ท่านขึ้นไป และแบบเช่าเหมาลำส่วนตัว มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นกันเองตลอดเวลา พร้อมอุปกรณ์ให้ครบครัน รับประกันความปลอดภัย ซึ่งที่อ่าวบางเบิดขึ้นชื่อในเรื่องปลาหมึกอยู่แล้ว ด้วยเป็นแหล่งที่มีอาหารตามธรรมชาติของปลาหมึกอย่างอุดมสมบูรณ์ ชาวประมงท้องถิ่นที่นี่จึงประกอบอาชีพจับปลาหมึกเป็นหลักแทบทุกครัวเรือนสนใจออกทริปตกปลา ณ ทะเลหาดบางเบิด ร่วมกับเกาะทะลุทัวร์ & จันทิมารีสอร์ท 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

                



 



Visitors: 1,639,565